ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้กล่าวในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับเมียนมาในปีนี้ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้เติบโตและมีความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการค้าซึ่งเพิ่มขึ้น 40% ในปีที่ผ่านมา ปูตินยังได้กล่าวถึงการมอบช้าง 6 ตัวจากเมียนมาให้แก่รัสเซีย ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองชาติผ่านการทูตช้าง (elephant diplomacy) ที่มีความสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความร่วมมือในด้านต่างๆ

การทูตช้างนี้ได้สร้างความประทับใจอย่างมากในวงการการทูตระดับโลก เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีคุณค่าระหว่างประเทศที่มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน แม้ในช่วงเวลาที่เมียนมาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากโลกภายนอกหลังจากการยึดอำนาจของทหารในปี 2564 การมอบช้างนี้จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการยืนยันความสัมพันธ์ที่รัสเซียมีต่อเมียนมา และเป็นการส่งเสริมความร่วมมือทางทหารและการค้าในขณะที่เมียนมากำลังเผชิญกับการคว่ำบาตรจากตะวันตก

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างสองประเทศยังขยายตัวไปในด้านการทหารและพลังงาน โดยล่าสุดการลงนามในข้อตกลงที่รัสเซียจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในเมียนมา ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 100 เมกะวัตต์ และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายกำลังการผลิตในอนาคต การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้แก่เมียนมาในอนาคต โดยรัสเซียจะนำเทคโนโลยีจากบริษัท Rosatom มาดำเนินโครงการนี้

ในด้านการทหาร รัสเซียยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักของเมียนมา โดยเฉพาะในการส่งมอบเครื่องบินรบให้แก่เมียนมาและการสนับสนุนทางเทคโนโลยีการทหาร ซึ่งเครื่องบินรบเหล่านี้ได้ถูกนำไปใช้ในการโจมตีพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งหลายกลุ่มเป็นพันธมิตรกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร ในขณะที่ความช่วยเหลือนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสานสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ แม้เมียนมาจะยังคงอยู่ในภาวะความไม่สงบหลังการยึดอำนาจของทหารและถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายในนานาชาติ แต่ความสัมพันธ์ที่รัสเซียและจีนมีต่อเมียนมายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนด้านการทหารและเศรษฐกิจ การสร้างความร่วมมือในด้านพลังงานนิวเคลียร์และการทูตช้างนั้นไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับเมียนมาในช่วงเวลาที่เผชิญกับความท้าทายจากภายนอก แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่รัสเซียมีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศในปัจจุบัน

ในขณะที่โลกยังคงจับตามองการพัฒนาในเมียนมา การลงนามในข้อตกลงต่างๆ ระหว่างรัสเซียและเมียนมาในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงการพยายามเสริมสร้างพันธมิตรใหม่ในด้านการทูต การทหาร และพลังงาน ซึ่งน่าจะมีผลกระทบที่ยาวนานต่อทั้งสองประเทศในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเมียนมากำลังมองหาผู้สนับสนุนในช่วงเวลาที่การเมืองภายในประเทศยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอน