วันที่ 27 สิงหาคม 2568 สถานการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย บาดเจ็บ 15 ราย (อาการสาหัส 2 ราย) และยังคงสูญหายอีก 5 รายทั้งหมดเป็นแรงงานไทยใหญ่
ในช่วงเย็น นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะทำงานจากอำเภอแม่แจ่ม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรด้านสังคม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พบว่าครอบคลุมทั้ง หมู่ 1 บ้านปางอุ๋ง และหมู่ 18 บ้านปางอุ๋งใหม่ รวมกว่า 500 ครัวเรือน มีบ้านพังทั้งหลังแล้ว 8 หลัง และได้รับผลกระทบรอบนอกอีกเกือบ 100 หลัง
ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยนักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า เป็นผลพวงจาก อิทธิพลพายุโซนร้อน “คาจิกิ” (Kajiki) ที่พัดเข้าสู่เวียดนามตอนกลางเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน และมีกำลังลมอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ยังคงสร้างความชื้นมหาศาลให้กับภูมิภาคอินโดจีน รวมถึงภาคเหนือของประเทศไทย จนเกิดฝนตกหนักและน้ำหลากซ้ำเติมพื้นที่ภูเขาสูงอย่างแม่แจ่ม
เพื่อความปลอดภัย ทางจังหวัดได้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยโรงเรียนบ้านปางอุ๋งได้เปิดเป็นศูนย์หลัก มีชาวบ้านเข้ามาพักแล้วกว่า 50 คน พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของอุปโภคบริโภคจากหน่วยงานรัฐและมูลนิธิต่าง ๆ
ด้านการฟื้นฟู องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้ส่งเครื่องจักรหนักเข้ามาเคลียร์เส้นทางและพื้นที่โคลนถล่ม ขณะเดียวกันกองทัพ หน่วยกู้ภัย และจิตอาสาได้ร่วมกันติดตั้งระบบไฟฟ้าและไฟส่องสว่างชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้นหาและการทำงานในเวลากลางคืน โดยมีการเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 5 รายอย่างต่อเนื่อง
รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ย้ำว่า นอกจากการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว ยังต้องเตรียมแผนระยะยาวรับมือกับพายุและฝนหลงฤดูที่เกิดบ่อยครั้งมากขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนในภูมิภาค ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงที่ยังคงได้รับอิทธิพลจากพายุคาจิกิ เพราะยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดดินโคลนถล่มซ้ำในหลายพื้นที่ของเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง