Motorola ประกาศเปิดตัว Moto Signature สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นด้านดีไซน์บางเฉียบ ประสิทธิภาพระดับสูง และการรองรับซอฟต์แวร์ระยะยาว เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานระดับพรีเมียมที่ต้องการทั้งความแรงและความยั่งยืนในการใช้งานระยะยาว
Moto Signature ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด Snapdragon 8 Gen 5 จับคู่กับหน่วยความจำ RAM 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB มอบประสิทธิภาพการทำงานระดับเรือธง รองรับการใช้งานหนักและการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล
ด้านหน้าจอ มาพร้อมแผง Extreme AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชสูงถึง 165Hz ให้การแสดงผลที่ลื่นไหลเป็นพิเศษ พร้อมความสว่างสูงสุดถึง 6,200 nits ช่วยให้ใช้งานกลางแจ้งได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแสง
ในส่วนของกล้อง Moto Signature มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลทุกเลนส์ ประกอบด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.28 นิ้ว, กล้อง Ultra-Wide และกล้อง Periscope Telephoto รองรับการซูมแบบ Optical 3 เท่า ตอบโจทย์การถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์
แบตเตอรี่ให้มาที่ความจุ 5,200mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 90W และชาร์จไร้สาย 50W พร้อมระบบลำโพงคู่ที่ผ่านการปรับจูนเสียงโดย Bose เพื่อประสบการณ์ความบันเทิงระดับพรีเมียม
ตัวเครื่องมีความบางเพียง 6.99 มิลลิเมตร สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่เน้นความหรูหราและพกพาง่าย อีกทั้ง Motorola ยังชูจุดขายสำคัญด้วยการรับประกันอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัยยาวนานถึง 7 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟน Android ระดับเรือธง
Moto Signature วางจำหน่ายในราคา 899 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 40,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) โดยเริ่มวางจำหน่ายในบางประเทศก่อน และคาดว่าจะขยายตลาดเพิ่มเติมในระยะถัดไป
การเปิดตัว Moto Signature ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำตำแหน่งของ Motorola ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ที่มุ่งเน้นทั้งนวัตกรรม ฮาร์ดแวร์ระดับสูง และการสนับสนุนซอฟต์แวร์ระยะยาวอย่างจริงจัง