โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน (Toyota Motor Corp) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศผลประกอบการยอดขายทั่วโลกประจำเดือนกรกฎาคม 2025 โดยตัวเลขทะยานขึ้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์ในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่บริษัทได้เปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา

บริษัทเปิดเผยว่ายอดขายทั่วโลกในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 899,449 คัน เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดที่เคยทำได้ในเดือนนี้ ขณะที่ยอดการผลิตทั่วโลกอยู่ที่ เพิ่มขึ้น 5.3% นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และยังเป็นระดับสูงสุดของเดือนกรกฎาคมเช่นกัน โดยตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมทั้งรถยนต์ภายใต้แบรนด์โตโยต้าและแบรนด์หรู Lexus

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเติบโตครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจาก ความต้องการรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะในจีนซึ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่สหรัฐอเมริกายังคงมีความต้องการที่แข็งแกร่งต่อรถยนต์ไฮบริดที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ทำให้โตโยต้ายังครองความเป็นผู้นำแม้ต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้เล่นรายใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เช่น เทสลา รวมถึงผู้ผลิตจากจีนที่รุกตลาดโลกอย่าง BYD

แม้ตลาดโลกจะยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจผันผวนและความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน แต่โตโยต้ากลับสามารถบริหารจัดการการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากก่อนหน้านี้เคยประสบปัญหาชิปขาดแคลน ซึ่งเคยทำให้การส่งมอบรถล่าช้า ปัจจุบันบริษัทเริ่มกลับมามีศักยภาพการผลิตเต็มกำลัง และยังเดินหน้าลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery) ซึ่งโตโยต้ามองว่าจะเป็นเกมเชนเจอร์สำคัญในอุตสาหกรรม

การประกาศตัวเลขที่แข็งแกร่งของโตโยต้าเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเร่งปรับตัวเข้าสู่ยุครถพลังงานไฟฟ้า และประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะจีน ยุโรป และสหรัฐ ต่างออกมาตรการสนับสนุนการใช้รถพลังงานสะอาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โตโยต้ายังคงเลือกใช้กลยุทธ์ “หลายทางเลือก” (multi-pathway) ด้วยการทำตลาดทั้งรถสันดาปดั้งเดิม รถไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ เพื่อกระจายความเสี่ยงและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั่วโลก

สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามอุตสาหกรรม ตัวเลขเดือนกรกฎาคมถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าบริษัทยังสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันและแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก โตโยต้ามีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาเหนือ รวมถึงการลงทุนในโรงงานแบตเตอรี่ในญี่ปุ่นและสหรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการรถไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทศวรรษหน้า

แม้จะมีความท้าทายจากการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า แต่การที่ยอดขายและการผลิตยังทำสถิติสูงสุดในเดือนกรกฎาคม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโตโยต้าในการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดโลกต่อไปอย่างแข็งแกร่ง

ที่มา : reuters