บริษัทเทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำได้ดำเนินการยื่นฟ้องร้องต่อกรมการขนส่งทางบกแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (DMV) เพื่อขอให้ศาลพิจารณายกเลิกคำตัดสินที่ระบุว่าบริษัทกระทำการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยการเคลื่อนไหวทางกฎหมายในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดฉากการต่อสู้ครั้งใหม่หลังจากที่ความขัดแย้งดูเหมือนจะเริ่มคลี่คลายลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ประเด็นความขัดแย้งหลักเกิดขึ้นจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลมองว่าการสื่อสารทางการตลาดของเทสลา โดยเฉพาะการใช้ชื่อระบบ Autopilot เป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐเนื่องจากสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้ซื้อเชื่อว่ารถยนต์สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ขับขี่ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้พิพากษาศาลปกครองได้เห็นชอบกับบทลงโทษที่ให้ระงับใบอนุญาตการจำหน่ายและผลิตรถยนต์ของเทสลาเป็นเวลา 30 วัน อย่างไรก็ตาม ทาง DMV ได้ตัดสินใจผ่อนปรนโดยให้โอกาสบริษัทปรับปรุงแก้ไขภายใน 60 วันเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสั่งหยุดดำเนินงาน

แม้ว่าเทสลาจะแสดงท่าทีตอบรับข้อกำหนดดังกล่าวด้วยการถอดชื่อ Autopilot ออกจากสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ แต่การยื่นฟ้องในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่ว่าแบรนด์มีพฤติกรรมหลอกลวง และต้องการต่อสู้เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงรวมถึงสิทธิในการทำตลาดเทคโนโลยีของตนเองกลับคืนมา

สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากวงการยานยนต์ เนื่องจากผลลัพธ์ของคดีอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการควบคุมมาตรฐานการโฆษณาเทคโนโลยีระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแข่งขันของตลาดรถยนต์ยุคใหม่ และอาจส่งผลกระทบต่อแนวทางการตั้งชื่อฟีเจอร์อัจฉริยะของค่ายรถยนต์รายอื่นๆ ในอนาคตด้วย

ทีมา techcrunch