เจนเซน หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ออกโรงยืนยันว่า การเติบโตของตลาดชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และจะขยายตัวต่อเนื่องจนกลายเป็นตลาดมูลค่า “หลายล้านล้านดอลลาร์” ภายในห้าปีข้างหน้า แม้จะมีความกังวลจากนักลงทุนว่ากระแสการใช้จ่ายด้าน AI อาจเริ่มชะลอตัว
การแถลงของหวงเกิดขึ้นหลัง Nvidia รายงานคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ที่สอดคล้องกับประมาณการนักวิเคราะห์ แต่ต่ำกว่าความคาดหวังที่สูงลิ่วของตลาด ทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม หวงย้ำว่า “การปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และการแข่งขัน AI เพิ่งจะเริ่มต้น” พร้อมประเมินว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่ารวมกว่า 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นทศวรรษนี้
แรงหนุนหลักของ Nvidia ยังคงมาจากการใช้จ่ายมหาศาลของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (Big Tech) และเจ้าของศูนย์ข้อมูลรายใหญ่ที่เรียกว่า hyperscalers รวมถึงความต้องการจากจีน แม้จะมีข้อจำกัดด้านการส่งออก แต่ลูกค้าบางรายยังสั่งซื้อชิป H20 รุ่นลดสเปกสำหรับตลาดจีนคิดเป็นมูลค่าถึง 650 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด
“ยิ่งซื้อก็ยิ่งเติบโต” หวงกล่าว พร้อมเสริมว่าชิปของ Nvidia สามารถประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้พลังงานน้อยลง ทำให้ลูกค้าจำเป็นต้องหันมาใช้โซลูชันของบริษัทต่อเนื่อง เขายังเปิดเผยว่า เพียงแค่ค่าใช้จ่ายด้านศูนย์ข้อมูลของบริษัทอย่าง Microsoft และ Amazon ในปีนี้ก็สูงถึง 600,000 ล้านดอลลาร์ และหากศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่งมีต้นทุนสร้างราว 60,000 ล้านดอลลาร์ Nvidia สามารถครองส่วนแบ่งได้มากถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ต่อแห่ง
แม้หุ้น Nvidia จะพุ่งแรงกว่าตลาดรวม S&P 500 ซึ่งปีนี้เพิ่มขึ้นเพียง 10% แต่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายตัวเริ่มแสดงสัญญาณอ่อนแรง เช่นเดียวกับคำเตือนของแซม อัลท์แมน ซีอีโอ OpenAI ที่ระบุว่าตลาดกำลัง “ตื่นเต้นเกินไป” ทว่าหวงยังคงไม่กังวล และยืนยันว่าชิปตระกูลใหม่อย่าง Blackwell และรุ่นก่อนหน้าอย่าง Hopper ถูกจองเต็มล่วงหน้าไปจนถึงปี 2026 แล้ว
นักวิเคราะห์จาก Raymond James และ Globalt Investments ต่างมองตรงกันว่า ความต้องการมหาศาลจาก hyperscalers และการลงทุน Capex ขนาดใหญ่ทั่วโลกคือหลักฐานชัดเจนว่า “เรายังอยู่ในช่วงต้นของยุค AI” มากกว่าจะเป็นจุดอิ่มตัว และนั่นหมายความว่าโอกาสของ Nvidia ยังอีกยาวไกล
ผลประกอบการล่าสุดก็สะท้อนความแข็งแกร่งเช่นกัน โดยกำไรสุทธิไตรมาส 2 ของ Nvidia ยังสูงกว่ากำไรไตรมาสถัดไปที่ Apple คาดไว้ สะท้อนให้เห็นว่า Nvidia ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่สร้างกำไรเร็วที่สุดในโลก
แม้คาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 54,000 ล้านดอลลาร์ (ใกล้เคียงกับประมาณการนักวิเคราะห์ 53,140 ล้านดอลลาร์) จะดู “ไม่ร้อนแรง” เท่าที่ตลาดหวัง แต่ทิศทางระยะยาวยังคงสดใส และ Jensen Huang ย้ำชัดว่า คลื่นการลงทุนด้าน AI ยังมีอีกมากให้คว้า — “ทุกอย่างขายหมดเกลี้ยง” คือประโยคที่สะท้อนความมั่นใจของเขาได้ดีที่สุด