ซัมซุงเตรียมสร้างความคึกคักให้ตลาดสมาร์ตโฟนอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Galaxy S25 FE อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กันยายนนี้ ควบคู่กับการเผยโฉมแท็บเล็ตเรือธง Galaxy Tab S11 และ S11 Ultra โดยกระแสข่าวล่าสุดยืนยันด้วยภาพเรนเดอร์และสื่อโปรโมตที่รั่วไหลออกมาก่อนงานเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ซึ่งเผยให้เห็นสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่นี้ในทุกสีสันครบถ้วน ได้แก่ Navy, Jet Black, White และ Icy Blue โดยสี Navy ถูกเลือกให้เป็น “สีหลัก” ที่จะใช้เป็นภาพลักษณ์หลักของแคมเปญการตลาดระดับโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือการผลักดันเทคโนโลยี AI ให้เป็นหัวใจสำคัญของรุ่นนี้ โดยซัมซุงเตรียมชูฟีเจอร์ Circle to Search ที่ทำงานร่วมกับระบบ Gemini ของ Google และยังรองรับการเชื่อมต่อการทำงานกับทั้งแอปของซัมซุง แอปของกูเกิล และแอปจากนักพัฒนาภายนอก ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงการค้นหาและการประมวลผลอัจฉริยะได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการต่อยอดแนวคิด Galaxy AI ที่เปิดตัวมากับตระกูล Galaxy S24 และกำลังจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในรุ่นใหม่นี้

ด้านสเปก Galaxy S25 FE ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความคุ้มค่าในระดับเรือธง มาพร้อมจอ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080x2340 พิกเซล รองรับรีเฟรชเรต 120Hz ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass Victus+ ขับเคลื่อนด้วยชิป Exynos 2400 ที่มีการพัฒนาให้รองรับงานประมวลผล AI ได้ดีขึ้น มาพร้อม RAM 8GB และความจุให้เลือก 128GB หรือ 256GB ส่วนกล้องจัดเต็มทั้งกล้องหลัก 50MP พร้อม OIS กล้อง Ultra-wide 12MP กล้อง Telephoto 8MP ซูมออปติคัล 3 เท่า และกล้องหน้า 12MP ที่เหมาะกับการถ่ายภาพเซลฟีและวิดีโอคอล อีกทั้งยังมีระบบสแกนนิ้วแบบ Ultrasonic ใต้หน้าจอเพื่อความปลอดภัยที่เหนือกว่า
ในส่วนของพลังงาน Galaxy S25 FE มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,900 mAh รองรับการชาร์จไว 45W แบบมีสายและ 15W แบบไร้สาย โดยคาดว่าจะวางจำหน่ายพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบด้วย One UI 8 ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว สร้างความได้เปรียบในแง่ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยและรองรับการใช้งานระยะยาว
นักวิเคราะห์มองว่า Galaxy S25 FE จะถูกวางตำแหน่งเป็นสมาร์ตโฟนที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า Galaxy S25 รุ่นหลัก แต่ยังคงมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมในด้านสเปกและฟีเจอร์ AI โดยคาดว่าจะเจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ตโฟนหลักที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิงในเครื่องเดียว ด้วยกลยุทธ์นี้ Galaxy S25 FE อาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนช่วงครึ่งปีหลังร้อนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Apple ก็เตรียมเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในเดือนเดียวกัน การเปิดตัวในวันที่ 4 กันยายนนี้จึงถูกจับตามองว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่เขย่าตลาดสมาร์ตโฟนโลกในปี 2568
ที่มา : gsmarena