CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก เดินหน้าขยายการใช้งานแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนจากภาคยานยนต์เชิงพาณิชย์ สู่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างเป็นทางการ โดยแบตเตอรี่ดังกล่าวอยู่ภายใต้แบรนด์ Naxtra ซึ่งกำลังเตรียมเข้าสู่การทดสอบสาธารณะในช่วงฤดูหนาว

รายงานระบุว่า รถยนต์ในตระกูล Oshan ของ Changan เป็นกลุ่มแรกที่เข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ ก่อนที่รถยนต์นั่งจากค่าย GAC และ JAC จะตามมาในลำดับถัดไป

การเลือกทดสอบในฤดูหนาวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนื่องจากหนึ่งในจุดขายสำคัญของแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน คือความสามารถในการทำงานได้อย่างเสถียรในสภาพอากาศหนาวจัด ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนโดยทั่วไป

CATL เปิดตัวแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยสเปกบนกระดาษถือว่าน่าสนใจไม่น้อย บริษัทระบุว่าแบตเตอรี่มีความหนาแน่นพลังงาน 175Wh/kg รองรับระยะทางขับขี่แบบไฮบริดมากกว่า 200 กิโลเมตร และโหมดไฟฟ้าล้วนเกิน 500 กิโลเมตร รองรับการชาร์จเร็วระดับ 5C และมีอายุการใช้งานสูงสุดถึง 10,000 รอบการชาร์จ

ด้านความปลอดภัย CATL ชูเป็นจุดแข็งหลัก โดยยืนยันว่าแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนของบริษัทผ่านการทดสอบขั้นรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการเจาะด้วยเข็ม การเจาะด้วยสว่าน การบีบอัด รวมถึงการเลื่อยแบตเตอรี่ โดยไม่เกิดการลุกไหม้หรือระเบิด ซึ่งถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกมองว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ในด้านสมรรถนะอุณหภูมิต่ำ CATL เปิดเผยว่า จากการทดสอบจริงที่อุณหภูมิ –30 องศาเซลเซียส แบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 30% เป็น 80% ได้ภายในราว 30 นาที และยังคงรักษาความจุที่ใช้งานได้ถึง 93% แม้แบตเตอรี่จะเหลือพลังงานเพียง 10% รถยังสามารถวิ่งด้วยความเร็วระดับทางหลวงที่ 120 กม./ชม. ได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนของ CATL ยังผ่านการรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยแห่งชาติฉบับใหม่ของจีนเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มความเข้มงวดในด้านการกระจายความร้อน การกระแทกจากด้านล่างตัวรถ และความทนทานต่อการชาร์จเร็ว อีกทั้งยังได้รับการทดสอบอิสระจาก China Automotive Technology and Research Center (CATARC) ที่ยืนยันความปลอดภัยทั้งในระดับเซลล์และแพ็กแบตเตอรี่

นอกเหนือจากความปลอดภัย เทคโนโลยีโซเดียม-ไอออนยังมีศักยภาพในการลดการพึ่งพาลิเธียม ช่วยลดต้นทุนการผลิต และส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้

ที่มา gizmochina