กรุงเทพฯ – 18 กุมภาพันธ์ 2569 — กระแสการเลือกซื้อ “กล้องติดรถยนต์” กลับมาได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569 สะท้อนจากพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับคำว่า “กล้องติดรถยนต์ยี่ห้อไหนดี” ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคมชัดของภาพ ฟังก์ชันความปลอดภัย และความคุ้มค่าของราคาเป็นหลัก

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ยานยนต์ระบุว่า ปัจจุบันกล้องติดรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เสริม แต่กลายเป็น “อุปกรณ์จำเป็น” สำหรับผู้ใช้รถในเมืองใหญ่และผู้ที่เดินทางไกลบ่อยครั้ง เนื่องจากสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือกรณีพิพาทบนท้องถนน

ปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจ

  1. ความละเอียดของภาพ
    กล้องที่มีความละเอียดอย่างน้อยระดับ Full HD (1080p) ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ขณะที่รุ่นระดับ 2K และ 4K ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถบันทึกรายละเอียดป้ายทะเบียนได้ชัดเจนกว่า

  2. ประสิทธิภาพในเวลากลางคืน
    เทคโนโลยี WDR, HDR และ Night Vision กลายเป็นฟีเจอร์สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ขับรถในช่วงเวลากลางคืนหรือพื้นที่แสงน้อย

  3. ระบบ GPS และบันทึกความเร็ว
    รุ่นที่มี GPS ในตัวสามารถบันทึกพิกัดและความเร็วของรถ เพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือของหลักฐานวิดีโอ

  4. โหมดจอดรถ (Parking Mode)
    ผู้ใช้จำนวนมากให้ความสำคัญกับระบบบันทึกภาพขณะจอดรถ เพื่อป้องกันเหตุเฉี่ยวชนหรือการก่อกวนทรัพย์สิน

แบรนด์ยอดนิยมในตลาด

ข้อมูลจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ยานยนต์ระบุว่า แบรนด์ที่ได้รับความนิยมในปีนี้ ได้แก่ VIOFO, BlackVue, Thinkware และ 70mai ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกันตั้งแต่ระดับราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นพรีเมียมที่รองรับระบบคลาวด์และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง

  • กลุ่มราคาประหยัดเน้นความคุ้มค่าและใช้งานง่าย

  • กลุ่มพรีเมียมมาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน และระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ

แนวโน้มตลาดปี 2569

ผู้ประกอบการคาดการณ์ว่า ตลาดกล้องติดรถยนต์จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์รุ่นใหม่ที่ผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้บริโภคพิจารณาจากความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน งบประมาณ และบริการหลังการขาย มากกว่าการเลือกจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพและใช้งานได้ในระยะยาว

การเลือก “กล้องติดรถยนต์ยี่ห้อไหนดี” จึงไม่มีคำตอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของผู้ใช้แต่ละราย อย่างไรก็ตาม การลงทุนกับอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานถือเป็นการเพิ่มความอุ่นใจและความปลอดภัยบนท้องถนนในระยะยาว