กรมการขนส่งทางบกเตรียมยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลผู้ให้บริการรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดเส้นตายการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มพิกัดตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ขับขี่ที่ผ่านการตรวจสอบประวัติในระบบยืนยันตัวตนแล้ว จำเป็นต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทรถยนต์ให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในช่วงต้นปีหน้า เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการในระยะยาว

สำหรับกรอบระยะเวลาที่สำคัญนั้น ผู้ให้บริการขับรถผ่านแอปพลิเคชันจะต้องดำเนินการจดทะเบียนรถในกลุ่ม รย.17 และ รย.18 ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากนั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการปรับสถานะเป็นรถยนต์สาธารณะอย่างเป็นทางการในช่วงระหว่างวันที่ 1 ถึง 30 มีนาคม 2569 ก่อนที่มาตรการลงโทษจะมีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยหากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วยังพบการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการ จะมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท ส่วนผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหรือเจ้าของแอปพลิเคชัน จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการคัดกรองสมาชิกในระบบอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบว่ามีการปล่อยปละละเลยให้รถที่ผิดกฎหมายเข้ามาวิ่งให้บริการ ภาครัฐมีอำนาจสั่งระงับการประกอบธุรกิจของแอปพลิเคชันนั้นได้ทันที ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้ขับขี่ให้ความสนใจเข้าสู่ระบบการตรวจสอบจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) แล้วมากกว่า 3.4 หมื่นราย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง

เป้าหมายหลักของการจัดระเบียบในครั้งนี้คือการสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่โปร่งใส โดยผู้โดยสารจะได้รับความคุ้มครองผ่านระบบติดตามตำแหน่งยานพาหนะและการตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่ที่ชัดเจน ขณะที่ฝั่งผู้ขับขี่เองจะสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและได้รับการยอมรับภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สัญจรในเขตเมืองให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา เว็บไซต์รัฐบาล - Thaigov