ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ Toyota มีแผนงานชัดเจนในการนำรถกระบะขุมพลังเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนออกวางจำหน่ายจริงภายในภูมิภาคยุโรปช่วงปี 2028 โดยมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และบุคคลที่ต้องการทางเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยานพาหนะรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดให้มีความพร้อมสูงสุดสำหรับการใช้งานจริง พร้อมทั้งเตรียมเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงต้องพัฒนาควบคู่กันไปในอนาคตอันใกล้นี้

ระบบขับเคลื่อนของรถกระบะรุ่นดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากรถยนต์นั่งรุ่น Mirai โดยมีความโดดเด่นสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงจนเต็มความจุได้ภายในเวลาเพียงห้านาทีเท่านั้น ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ระยะทางไกลประมาณสี่ร้อยกิโลเมตรต่อการเติมเชื้อเพลิงหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังมีสมรรถนะในการลากจูงสิ่งของหรือสัมภาระที่มีน้ำหนักสูงสุดถึงสองพันห้าร้อยกิโลกรัม ซึ่งถือว่ามีศักยภาพเหนือกว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบตเตอรี่ในหลายๆ ด้าน ทั้งในแง่ของความรวดเร็ว ระยะทางในการขับขี่ และความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุก โดยไม่มีการปล่อยก๊าซพิษใดๆ ออกมาสู่อากาศนอกจากหยดน้ำบริสุทธิ์

แม้ว่าสมรรถนะโดยรวมจะมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่ปัจจัยท้าทายชิ้นใหญ่ที่สุดสำหรับการทำตลาดในครั้งนี้คือปริมาณสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยข้อมูลปัจจุบันระบุว่าพื้นที่ทั่วยุโรปและสหราชอาณาจักรมีสถานีบริการดังกล่าวเปิดให้บริการเพียงหนึ่งรอยเจ็ดสิบเก้าแห่งเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากจุดบริการอัดประจุสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นจุด นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตยังส่งผลให้ราคาวางจำหน่ายมีแนวโน้มสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปในท้องตลาด สำหรับรายละเอียดด้านระบบขับเคลื่อนว่าจะมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเลือกซื้อด้วยหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตอีกครั้งในอนาคต

เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังให้ความสนใจ เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของการเดินทางระยะไกลที่ต้องการความรวดเร็วในการเติมพลังงานเทียบเท่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม การตัดสินใจรุกตลาดในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทางเลือกในทวีปยุโรป