กระแสความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์บุคลากรระดับสูงในวงการเอไอทยอยลาออก พร้อมออกมาเตือนถึงความเสี่ยงด้านจริยธรรม ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสังคมในอนาคต
หนึ่งในประเด็นสำคัญเกิดขึ้นกับบริษัท OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT เมื่อ โซอี ฮิตซิก นักวิจัยที่ทำงานกับบริษัทมานานกว่า 2 ปี ประกาศลาออก พร้อมแสดงความกังวลต่อแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะแนวคิดการนำระบบโฆษณามาใช้กับแชตบอต เธอมองว่า AI สนทนาอาจมีศักยภาพในการชักจูงหรือโน้มน้าวผู้ใช้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านจริยธรรม เนื่องจากระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ลึกและเปราะบาง เช่น ความกังวลเรื่องสุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือความเชื่อส่วนตัว หากข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์ อาจกระทบต่อความไว้วางใจของผู้ใช้อย่างรุนแรง
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น หลังมีรายงานว่า OpenAI ได้ยุบทีม Mission Alignment ซึ่งเคยมีหน้าที่กำกับทิศทางการพัฒนา AI ให้สอดคล้องกับประโยชน์ต่อมนุษยชาติ โดยทีมนี้มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานความปลอดภัยของระบบ AI ขั้นสูง การยุบทีมจึงถูกตีความว่าอาจสะท้อนแรงกดดันทางธุรกิจและการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แม้บริษัทจะยังไม่ได้ให้คำชี้แจงอย่างเป็นทางการก็ตาม
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัท xAI ของอีลอน มัสก์ ก็เผชิญแรงสั่นสะเทือนเช่นกัน หลังผู้ร่วมก่อตั้งและพนักงานหลายรายลาออกต่อเนื่อง ท่ามกลางช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเร่งขยายธุรกิจและปรับโครงสร้างองค์กร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับแชตบอต Grok ที่เคยถูกตั้งคำถามด้านความปลอดภัย หลังพบการสร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและข้อความที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานความขัดแย้งภายใน OpenAI เกี่ยวกับนโยบายด้านเนื้อหา เมื่อผู้บริหารฝ่ายความปลอดภัยถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังคัดค้านการเปิดใช้โหมดเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ แม้บริษัทจะระบุว่าเหตุผลมาจากปัญหาภายในองค์กร แต่กรณีนี้สะท้อนให้เห็นความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับมาตรฐานความปลอดภัยของเทคโนโลยี
ปรากฏการณ์นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ออกมาเตือนสาธารณะไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ เจฟฟรีย์ ฮินตัน นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกวงการ AI ก็เคยลาออกจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เพื่อเตือนถึงผลกระทบระยะยาวของปัญญาประดิษฐ์ต่อเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคม โดยเขาชี้ว่า AI อาจทำให้มนุษย์แยกแยะข้อมูลจริงและเท็จได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ ผู้บริหารในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลายรายยังเริ่มส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับผลกระทบต่อแรงงาน เมื่อระบบ AI รุ่นใหม่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายตำแหน่ง โดยบางบริษัทเริ่มนำ AI มาใช้แทนงานด้านเทคนิคและงานสร้างเนื้อหาแล้ว ซึ่งสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงแนวโน้มในอนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยี AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็วและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ก็สร้างคำถามสำคัญเกี่ยวกับจริยธรรม ความปลอดภัย และความโปร่งใส ซึ่งกลายเป็นประเด็นท้าทายที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกต้องเร่งหาคำตอบในระยะยาว
อ้างอิง: CNN