Lenovo ออกมาอธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการเลือกใช้หน้าจออัตรารีเฟรชสูงถึง 165Hz โดยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างเชิงเทคนิคที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานจริง โดยหน้าจอที่มีรีเฟรชเรต 60Hz จะรีเฟรชภาพทุก ๆ 16.67 มิลลิวินาที ขณะที่หน้าจอ 144Hz ลดช่วงเวลาดังกล่าวลงเหลือ 6.94 มิลลิวินาที และเมื่อขยับขึ้นเป็น 165Hz ระยะเวลาการรีเฟรชจะลดลงอีกเหลือเพียง 6.06 มิลลิวินาที

แม้ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่ต่างกันมากนักในทางทฤษฎี แต่ Lenovo ระบุว่าความแตกต่างดังกล่าวสามารถรับรู้ได้ชัดเจนในเกมที่ต้องอาศัยความรวดเร็วและความแม่นยำสูง โดยเฉพาะเกมแนวแข่งขัน

Lenovo ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่คุ้นเคยสำหรับเกมเมอร์ เช่น เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง หรือเกมแนว MOBA ที่ผู้เล่นต้องหมุนกล้องอย่างรวดเร็ว เล็งเป้า หรือเลื่อนแผนที่อยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่ใช้งานหน้าจอที่มีรีเฟรชเรตต่ำ การเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการภาพสั่นเล็กน้อยหรือความไม่เสถียรของภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเล็งเป้าและจังหวะการเล่นโดยรวม

Lenovo ระบุว่า จุดเด่นสำคัญของหน้าจอ 165Hz คือการช่วยลดอาการภาพกระตุกเหล่านี้ ทำให้การเคลื่อนไหวบนหน้าจอดู ลื่นไหล มั่นคง และตอบสนองได้แม่นยำกว่า ในช่วงเวลาที่สำคัญของการแข่งขัน

นอกจากความลื่นไหลแล้ว หน้าจอรีเฟรชเรตสูงยังช่วยลดปัญหา Ghosting และ Latency ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเกมแข่งขัน โดยการรีเฟรชภาพที่ถี่ขึ้นช่วยให้วัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวดูคมชัด ขอบภาพเรียบเนียน และติดตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน อัตรารีเฟรชที่สูงยังช่วยลดระยะเวลาหน่วงระหว่างการสัมผัสหน้าจอกับภาพที่แสดงผล ทำให้การควบคุมรู้สึกไวและตอบสนองได้ทันทีมากขึ้น

สำหรับการใช้งานทั่วไปที่ไม่เน้นการเล่นเกม Lenovo ระบุว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการใช้พลังงานมากเกินไป เนื่องจาก Legion Y700 (2026) มาพร้อมระบบปรับรีเฟรชเรตอัตโนมัติ ซึ่งจะเพิ่มอัตรารีเฟรชขึ้นเมื่อมีการเลื่อนหน้าจอหรือมีการเคลื่อนไหว และลดลงเมื่อแสดงผลเนื้อหานิ่ง เช่น การอ่านบทความหรือดูภาพนิ่ง เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่

ในประเด็นที่ว่า หน้าจอ 165Hz จำเป็นหรือไม่สำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น การท่องเว็บหรืออ่านการ์ตูน Lenovo ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นเรื่องของ ความรู้สึกส่วนบุคคล โดยแนะนำให้ผู้ใช้ลองใช้งานด้วยตัวเอง และตัดสินจากประสบการณ์จริงว่าความลื่นไหลระดับนี้คุ้มค่าสำหรับตนเองหรือไม่

ที่มา gizmochina