TikTok ประกาศเปิดตัวฟีดใหม่ชื่อ “Local Feed” ในเวอร์ชันสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะแสดงคอนเทนต์เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ข่าว กิจกรรม ร้านอาหาร และร้านค้าใกล้กับตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้ การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากมีการปรับเงื่อนไขการให้บริการภายใต้โครงสร้างกิจการใหม่ในสหรัฐฯ ที่ระบุว่าจะเริ่มเก็บข้อมูลตำแหน่งแบบละเอียดมากขึ้น

บริษัทชี้แจงว่าเหตุผลที่ต้องขอข้อมูลพิกัดแม่นยำขึ้นก็เพื่อรองรับการทำงานของ Local Feed อย่างไรก็ตาม การแชร์ตำแหน่งแบบละเอียดจะเป็นระบบ “สมัครใจ” (opt-in) โดยค่าเริ่มต้นตั้งไว้เป็น “ปิด” ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะอนุญาตเพียงครั้งเดียว อนุญาตเฉพาะตอนใช้งานแอป หรือไม่อนุญาตเลย

ก่อนหน้านี้ Local Feed ได้เริ่มทดลองใช้งานในบางประเทศยุโรปตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมนี สำหรับเวอร์ชันสหรัฐฯ TikTok ระบุว่าฟีดนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับชุมชนท้องถิ่นได้มากขึ้น โดยระบบจะแสดงโพสต์ตามตำแหน่งผู้ใช้ หัวข้อคอนเทนต์ และช่วงเวลาที่เผยแพร่ ทำให้ข้อมูลมีความสดใหม่ เช่น ร้านอาหารเปิดใหม่ งานอีเวนต์ใกล้บ้าน หรือร้านค้าที่น่าสนใจ

การเพิ่มฟีดลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ TikTok ที่ต้องการดึงดูดธุรกิจขนาดเล็กเข้าสู่แพลตฟอร์มมากขึ้น ทั้งในฐานะผู้สร้างคอนเทนต์และผู้ลงโฆษณา บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีธุรกิจราว 7.5 ล้านรายใช้ TikTok เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก และสนับสนุนการจ้างงานมากกว่า 28 ล้านตำแหน่ง อ้างอิงข้อมูลจากรายงานปี 2025 ของ Oxford Economics นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Small Business & Entrepreneurship Council ยังระบุว่า 84% ของธุรกิจขนาดเล็กที่ใช้ TikTok เห็นว่าช่วยให้ธุรกิจเติบโต และ 74% มองว่าแพลตฟอร์มช่วยเชื่อมต่อกับชุมชนท้องถิ่นได้ดีขึ้น

TikTok เชื่อว่า Local Feed จะช่วยสร้างทราฟฟิกและยอดขายให้ร้านค้าออฟไลน์ในสหรัฐฯ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และกิจกรรมในพื้นที่จริง

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะย้ำว่าผู้ใช้ยังควบคุมการแชร์ข้อมูลได้เอง แต่การเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ละเอียดขึ้นก็ยังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลด้านความเป็นส่วนตัว คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า คุณค่าของการได้เห็นคอนเทนต์ใกล้ตัวแบบเรียลไทม์นั้น คุ้มค่ากับความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นประเด็นถกเถียงต่อไปในอนาคต

ที่มา techcrunch