กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่ยังคงร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และมีโอกาสเกิดอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงควรเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพเป็นพิเศษในช่วงนี้
สาเหตุหลักของสภาพอากาศร้อนจัดมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมอยู่บริเวณประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังอ่อนพัดเข้ามา จึงส่งผลให้หลายพื้นที่ยังคงมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน แต่ก็มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่งได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในระยะนี้ยังพบปัญหาฝุ่นละอองหรือหมอกควันสะสมอยู่ในระดับค่อนข้างมากถึงมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน เนื่องจากความหนาแน่นของจุดความร้อนทั้งในและบริเวณใกล้เคียงมีผลมากกว่าความสามารถในการระบายอากาศ ทำให้ประชาชนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่ออยู่นอกอาคาร
สำหรับรายละเอียดการพยากรณ์อากาศรายภาค พบว่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป อุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 35-41 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และ 38-41 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยทางด้านตะวันตกของภาค ส่วนภาคกลางก็ไม่แตกต่างกันมากนัก มีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุดแตะได้ถึง 42 องศาเซลเซียส ประชาชนในทุกภาคส่วนที่กล่าวมานี้ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อนและควรสวมหน้ากาก N95 เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองสูง เพื่อความปลอดภัยของระบบทางเดินหายใจ
ในขณะที่ภาคตะวันออก คาดว่าจะมีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่งทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส และบริเวณทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่หากมีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงกว่า 1 เมตร ด้านภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ฝนจะน้อยกว่าภาคอื่น โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ยะลา กระบี่ และสตูล อุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 33-38 องศาเซลเซียส และทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตรเช่นกัน บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงขึ้นได้ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35-39 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพอย่างเคร่งครัด