เมตา แพลตฟอร์มส์ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ กำลังดำเนินการพิจารณาแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ ซึ่งรวมถึงการลดจำนวนพนักงานลงอย่างมีนัยสำคัญ รายงานข่าวระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชิงรุกในการลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเตรียมความพร้อมสำหรับประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ได้เปิดเผยว่า การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับขนาดของการปรับลดพนักงานและกำหนดเวลาการดำเนินการยังไม่ได้ข้อสรุป แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานมากถึง 20% หรือมากกว่านั้น แผนดังกล่าวได้เริ่มมีการสื่อสารภายในกลุ่มผู้นำระดับสูงของบริษัท เพื่อให้เริ่มวางแผนการปรับลดกำลังคนให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ใหม่
การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่บริษัทได้ดำเนินการลดพนักงานไปแล้วหลายระลอกในช่วงปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 ซึ่งซีอีโอ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้ประกาศให้เป็น “ปีแห่งประสิทธิภาพ” (Year of Efficiency) โดยมีการปลดพนักงานไปแล้วกว่า 21,000 ตำแหน่งในช่วงเวลาดังกล่าว จากฐานพนักงานเดิมเกือบ 79,000 คน การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้จึงถูกมองว่าเป็นการสานต่อและเร่งรัดนโยบายดังกล่าวให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการทุ่มเททรัพยากรไปกับการวิจัยและพัฒนา AI เชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน Generative AI ซักเคอร์เบิร์กได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนที่จะผลักดันให้เมตาก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในสาขานี้ มีรายงานว่าบริษัทได้เสนอแพ็กเกจค่าตอบแทนมูลค่ามหาศาลเพื่อดึงดูดนักวิจัย AI ระดับหัวกะทิจากทั่วโลกเข้ามาร่วมทีมพัฒนา “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์” ซึ่งเป็นโครงการที่มีความทะเยอทะยานสูง
แม้ว่าโฆษกของเมตาจะออกมาให้ความเห็นว่า รายงานข่าวเกี่ยวกับการลดพนักงานเป็นเพียง “การคาดการณ์เกี่ยวกับแนวทางเชิงทฤษฎี” แต่การที่บริษัทกำลังลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่าน AI ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการปรับลดขนาดองค์กรเพื่อจัดสรรทรัพยากรใหม่นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และสะท้อนถึงเทรนด์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานและโครงสร้างบุคลากร
ที่มา reuters