ซีเกท ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล ยืนยันความเชื่อมั่นพร้อมขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างบทบาทเป็นฐานการผลิตสำคัญระดับโลก รองรับความต้องการข้อมูลมหาศาลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของไทยทั้งด้านทำเลที่ตั้ง การสนับสนุนจากภาครัฐ และความพร้อมของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
นายเค เอฟ ชอง รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการระดับโลกของซีเกท ย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง โดยปัจจุบันไทยมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การผลิตระดับโลกของซีเกท ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนขั้นสูงจนถึงการประกอบฮาร์ดไดรฟ์ที่สมบูรณ์ ซีเกทเลือกไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์มานานกว่าสี่ทศวรรษ ด้วยเหตุผลหลักสามประการ ได้แก่ ทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น การสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาครัฐ และความพร้อมของบุคลากรที่มีความสามารถ ซีเกทตัดสินใจไม่ย้ายฐานการผลิตแม้ค่าแรงจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะการลงทุนอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีและระบบนิเวศโดยรวม ไม่ใช่แค่เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ด้วยความเชี่ยวชาญของบุคลากรและศักยภาพในการดำเนินงาน ทำให้ไทยยังคงเป็นตัวเลือกหลักในการลงทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถการผลิต ทั้งด้านคุณภาพ กำลังการผลิต และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
ซีเกทมองว่าภูมิทัศน์ธุรกิจจัดเก็บข้อมูลกำลังขยายตัวอย่างมหาศาล จากอิทธิพลของการเติบโตของ AI, คลาวด์, วิดีโอ, ระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ การเติบโตของข้อมูลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัฏจักร แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยคาดการณ์ว่าปริมาณข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นหลายร้อยเซตตะไบต์ภายในสิ้นทศวรรษนี้ สอดคล้องกับรายงานของไอดีซีที่ระบุว่า ข้อมูลได้เพิ่มขึ้นจากน้อยกว่าหนึ่งเซตตะไบต์ในปี 2548 เป็นเจ็ดสิบสองเซตตะไบต์ในปี 2563 และคาดว่าจะพุ่งสูงถึงห้าร้อยยี่สิบเจ็ดเซตตะระไบต์ภายในปี 2572 แสดงให้เห็นว่า AI ได้ยกระดับให้ข้อมูลเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดในเศรษฐกิจดิจิทัล แม้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลจะก้าวหน้าเพียงใด แต่ร้อยละแปดสิบเจ็ดของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ยังคงพึ่งพาฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เป็นหลัก และความต้องการความจุของฮาร์ดไดรฟ์ประเภทเนียร์ไลน์คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละยี่สิบในช่วงสามถึงห้าปีข้างหน้า
เพื่อรองรับความต้องการนี้ ซีเกทได้ผลักดันกลยุทธ์เพิ่มความจุข้อมูลต่อหนึ่งดิสก์ เพื่อลดการใช้พื้นที่ พลังงาน และต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยเทคโนโลยี Mozaic™ 4+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลแบบ Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) เพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมที่นำมาใช้งานจริง โดยมีโรดแมปพัฒนาความจุต่อแผ่นดิสก์จากปัจจุบันที่มากกว่าสี่เทระไบต์ ไปสู่เป้าหมายสิบเทระไบต์ต่อแผ่นในอนาคต ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนาฮาร์ดไดรฟ์ที่มีความจุรวมสูงสุดถึงหนึ่งร้อยเทระไบต์ได้ ด้านนายนรเชษฐ์ แซ่ตั้ง ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย เสริมว่า ฐานการผลิตในไทยเป็นระบบ Vertical Integration ที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยมีการนำ AI และแมชีนเลิร์นนิงมาใช้ในกระบวนการผลิตหัวอ่านระดับนาโนเมตร เพื่อประสิทธิภาพและคุณภาพสูงสุด นอกจากนี้ ไทยยังเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนา โดยโรงงานทั้งที่เทพารักษ์และโคราชมีบทบาทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการศึกษาเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง ซีเกทยังคงให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเตรียมแผนรับมือความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลก เพื่อให้ธุรกิจยังคงมีเสถียรภาพและสามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ตามพันธสัญญา