โลกกำลังจับตาการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนอย่างใกล้ชิด หลังทั้งสองประเทศต่างเร่งพัฒนาและผลักดันบริษัทเทคโนโลยีของตนขึ้นสู่เวทีโลก ภาพเปรียบเทียบล่าสุดสะท้อนให้เห็นการเผชิญหน้าระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ สมาร์ตโฟน อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้าและโดรน

ฝั่งจีนมีบริษัทเด่นอย่าง DeepSeek, Huawei, Unitree Robotics, DJI, BYD, Alibaba และ JD.com ซึ่งหลายรายเติบโตอย่างรวดเร็วและขยายอิทธิพลสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง

ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ นำโดย OpenAI, Apple, Boston Dynamics, Tesla, Amazon, eBay และ YouTube ซึ่งยังคงครองความได้เปรียบในด้านนวัตกรรม ซอฟต์แวร์ระดับโลก และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล

นักวิเคราะห์มองว่า การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องธุรกิจ แต่เกี่ยวพันกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทาน และอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว ทั้งสองประเทศต่างออกมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ ควบคู่กับการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีสำคัญของอีกฝ่าย

แม้การแข่งขันจะทวีความเข้มข้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเวทีเทคโนโลยีโลกยังเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือในบางด้าน โดยเฉพาะประเด็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดน เช่น ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรม ความปลอดภัยไซเบอร์ และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

การขับเคี่ยวระหว่างสองมหาอำนาจจึงไม่เพียงกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ยังอาจเป็นตัวชี้วัดอนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในทศวรรษหน้าอีกด้วย