ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคงแข่งขันเข้มข้น โดย GAC AION ประกาศแผนขยายกำลังการผลิตในประเทศแตะระดับ 20,000 คันต่อปี พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวเพิ่มเป็น 100,000 คันต่อปี รองรับดีมานด์ที่เติบโตต่อเนื่อง

ปลายปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัว AION i60 รถบี-เอสยูวีประกอบในประเทศ เจาะกลุ่มเดียวกับ BYD ATTO 3 และ DEEPAL S05 โดยจะมีทั้งรุ่นไฟฟ้า 100% และรุ่นขยายระยะทางวิ่ง (Range Extender) เสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครบมากขึ้น

ยอดขายพุ่ง 3 เท่า ครองตลาด EV อันดับ 3

ปี 2568 GAC AION ทำยอดขายรวมกว่า 15,300 คัน เพิ่มขึ้นราว 300% จากปีก่อนหน้า ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 11.2% ขึ้นแท่นอันดับ 3 ของตลาดไทย

รุ่นที่สร้างยอดขายหลักยังคงเป็น AION UT คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของยอดขายทั้งหมด รองลงมาคือ AION V ราว 25% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่หันมาสนใจรถกลุ่มเอสยูวีมากขึ้น

ต้นปี 2569 ยอดจดทะเบียนเดือนมกราคมทำได้ 5,584 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 438% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และเติบโต 234% จากเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ผลิตในไทยต้นทุนสูงกว่านำเข้า 40%

แม้บริษัทจะเริ่มประกอบ AION UT ในประเทศไทยตามมาตรการ EV3.5 แต่ยอมรับว่าต้นทุนการผลิตในประเทศสูงกว่าการนำเข้าจากจีนประมาณ 40% อีกทั้งเงินสนับสนุนภาครัฐลดลงจาก 75,000 บาท เหลือ 50,000 บาทต่อคัน ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นเกือบ 100,000 บาทต่อคัน

ผู้บริหารระบุว่า การแข่งขันด้านราคาอาจไม่ใช่คำตอบหลักอีกต่อไป แต่จะมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์และยกระดับบริการหลังการขายแทน พร้อมขยายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 85 แห่ง ผ่านเครือข่ายดีลเลอร์ 40 รายทั่วประเทศ

เปิด “EV Mobility Hub” รองรับแท็กซี่ไฟฟ้า

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการลงทุนพัฒนาระบบนิเวศสำหรับกลุ่มฟลีตรถแท็กซี่ โดยเตรียมเปิด “EV Mobility Hub” แห่งแรกในเดือนมีนาคมนี้ แยกการให้บริการออกจากโชว์รูมปกติ พร้อมสถานีชาร์จรองรับรถฟลีตโดยเฉพาะ

ปี 2569 ตั้งเป้าเปิดครบ 7 แห่งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพื่อรองรับความต้องการรถแท็กซี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้บริหารคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนรถ BEV ในไทยจะเพิ่มเป็น 40% ของตลาดรวม ขณะที่รถแท็กซี่ไฟฟ้าอาจแตะระดับ 80%

เตรียมเปิด AION Y Plus รุ่นสลับแบตเตอรี่ ไตรมาส 3

ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัทจะเปิดตัว AION Y Plus รุ่นสลับแบตเตอรี่ (Swap Battery) โดยร่วมมือกับพันธมิตรลงทุนสถานีสลับแบตเตอรี่ มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาทต่อสถานี รองรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ภายในเวลาเพียง 2 นาที

  • โมเดลปัจจุบันที่ทำตลาดในไทย ได้แก่
  • AION UT ราคาเริ่มต้น 549,900 บาท
  • AION Y Plus ราคา 769,900 บาท
  • AION ES ราคา 846,000 บาท
  • AION V ราคา 949,900 บาท

การเดินหน้าขยายกำลังผลิต ควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและไลน์อัพใหม่ สะท้อนทิศทางชัดเจนว่า GAC AION ต้องการยกระดับบทบาทในตลาด EV ไทย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง