ฮุนได มอเตอร์ ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตยานยนต์จากเกาหลีใต้ เปิดเผยแผนการดำเนินงานเชิงรุกในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ณ กรุงโซล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุถึงความต้องการที่จะยกระดับยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดประเทศจีนให้เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในระยะกลาง พร้อมทั้งเตรียมรุกตลาดอเมริกาเหนือด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งสิ้น 36 รุ่นภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาคที่สร้างผลกำไรสูงสุดให้กับบริษัท
นายโฮเซ มูนอซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ฮุนได มอเตอร์ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะผลักดันยอดขายรถยนต์ในตลาดจีนให้ไปถึงระดับ 500,000 คันต่อปี ซึ่งแผนการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การปรับตัวในระยะกลางเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและส่วนแบ่งการตลาดในดินแดนพญามังกร หลังจากที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากแบรนด์รถยนต์ท้องถิ่นและค่ายรถยนต์ระดับโลกรายอื่น
ในส่วนของตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งทางฮุนไดยกให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในปัจจุบัน บริษัทได้วางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวนมหาศาลถึง 36 รุ่นภายในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า โดยจำนวนรุ่นรถที่ประกาศออกมานั้นครอบคลุมถึงรถยนต์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นปรับปรุงใหม่ รถยนต์ระบบไฮบริดที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ตลอดจนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
หากพิจารณาจากข้อมูลปัจจุบัน ฮุนได มอเตอร์ มีรถยนต์วางจำหน่ายในตลาดแถบอเมริกาเหนืออยู่ทั้งหมด 25 รุ่น โดยในจำนวนนี้มีรถยนต์ที่ทำตลาดอยู่ในสหรัฐอเมริกาจำนวน 20 รุ่น การขยายพอร์ตโฟลิโอให้เพิ่มขึ้นเป็น 36 รุ่นภายในปี 2030 จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายฐานลูกค้าและการลงทุนอย่างมหาศาลในด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคนี้ที่ยังคงมีความต้องการรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการประกาศแผนงานที่ทะเยอทะยาน สภาวะตลาดทุนกลับแสดงปฏิกิริยาในเชิงลบ โดยราคาหุ้นของฮุนได มอเตอร์ มีการซื้อขายลดลงร้อยละ 2.5 ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ที่ดัชนี KOSPI ปรับตัวลดลงไปร้อยละ 3.1 ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยลบในวงกว้างที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก แม้ว่าแผนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวจะมีความชัดเจนและมุ่งเน้นไปที่ตลาดหลักที่สำคัญก็ตาม
ที่มา reuters