กรมการขนส่งทางบกและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมและการปฏิบัติตัวของผู้ขับขี่รถยนต์ในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยจำกัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจคร่าชีวิตและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ผู้ขับขี่ควรทบทวนและปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตลอดการเดินทาง
การเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ผู้ขับขี่ไม่ควรมองข้าม ยางรถยนต์ ต้องอยู่ในสภาพดี มีดอกยางลึกเพียงพอสำหรับการยึดเกาะถนนเปียก และแรงดันลมยางต้องเหมาะสมไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป ระบบเบรก ควรได้รับการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งานเสมอ รวมถึงผ้าเบรกและน้ำมันเบรก นอกจากนี้ ที่ปัดน้ำฝน ต้องทำงานได้ดี ไม่ทิ้งรอยคราบ และมีน้ำฉีดกระจกเต็มถัง เพื่อช่วยให้ทัศนวิสัยการมองเห็นชัดเจนขณะฝนตกหนัก ระบบไฟส่องสว่าง ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอก ต้องทำงานปกติ เพื่อให้มองเห็นและถูกมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทัศนวิสัยไม่ดี
เมื่อเข้าสู่สถานการณ์ขับขี่ท่ามกลางสายฝน ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วลงจากปกติอย่างน้อย 20-30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการตอบสนองและลดโอกาสในการเกิดอาการรถเหินน้ำ หรือ Hydroplaning ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้นเป็นสองเท่าจากระยะปกติจะช่วยให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเบรกฉุกเฉิน และลดความเสี่ยงจากการชนท้ายรถคันหน้าหากเกิดการเบรกกะทันหัน ควรหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างกะทันหัน หรือการหักเลี้ยวเปลี่ยนช่องทางเดินรถอย่างรวดเร็ว เพราะอาจทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่าย ควรใช้เบรกอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ
ทัศนวิสัยที่ย่ำแย่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ดังนั้นการเปิดไฟหน้าเสมอแม้จะเป็นช่วงกลางวันที่มีฝนตก จะช่วยให้รถของคุณถูกมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นจากผู้ร่วมทาง หากฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ควรหาที่จอดรถที่ปลอดภัยและเปิดไฟฉุกเฉินรอจนกว่าฝนจะเบาบางลง การขับลุยน้ำท่วมขังควรทำด้วยความระมัดระวัง ประเมินความลึกของน้ำก่อนเสมอ และใช้เกียร์ต่ำขับผ่านอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันน้ำเข้าเครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้าเสียหาย หลังจากขับผ่านน้ำท่วมขังแล้ว ควรย้ำเบรกเบาๆ สองสามครั้งเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเบรกยังคงทำงานได้ดี
สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนแสดงให้เห็นว่าช่วงฤดูฝนมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น ถนนลื่น ทัศนวิสัยจำกัด และความประมาทของผู้ขับขี่เอง การเตรียมพร้อมทั้งตัวรถและผู้ขับขี่ ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎจราจรและหลักการขับขี่อย่างปลอดภัย จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และสร้างความอุ่นใจให้กับทุกการเดินทางในช่วงฤดูฝนนี้