บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำหลายแห่ง โดยเฉพาะในประเทศจีน กำลังเร่งผลักดันนวัตกรรมแบตเตอรี่โซเดียมไอออน ซึ่งคาดว่าจะสามารถแข่งขันด้านราคาและประสิทธิภาพกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้อย่างเต็มตัวภายในปี 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต การพัฒนาครั้งนี้จะช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรลิเธียมและเพิ่มความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมพลังงาน

ปัจจุบัน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 0.3-0.5 หยวนต่อวัตต์ชั่วโมง ในขณะที่แบตเตอรี่โซเดียมไอออนยังคงมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยที่ 0.5-0.7 หยวนต่อวัตต์ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มต้นทุนของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าราคาจะลดลงมาเทียบเท่าแบตเตอรี่ลิเธียมได้ภายในปี 2570 และพร้อมสำหรับการขยายกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลังปี 2571 โดยมีเป้าหมายลดต้นทุนเซลล์แบตเตอรี่ลงเหลือเพียง 0.3 หยวนต่อวัตต์ชั่วโมง

Li Shujun ประธานกรรมการบริหารของ Hina Battery Technology ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การสนับสนุนของ JAC ได้เปิดเผยถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลการทดสอบแบตเตอรี่โซเดียมไอออนรุ่น “Haixing” ในรถบรรทุกหนัก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียม เนื่องจากมีความสามารถในการคายประจุได้ลึกกว่า นอกจากนี้ยังใช้พลังงานต่อกิโลเมตรลดลง 15 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพด้านพลังงานที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

คุณสมบัติเด่นอีกประการคือความทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง แบตเตอรี่โซเดียมไอออนสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในอุณหภูมิตั้งแต่ -40 องศาเซลเซียสไปจนถึง 60 องศาเซลเซียส และยังคงรักษาประจุไฟฟ้าได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แม้ในสภาพอากาศหนาวจัดที่อุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีนี้ยังรองรับการชาร์จที่รวดเร็วและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยสามารถรองรับรอบการชาร์จได้มากกว่า 8,000 รอบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าและความน่าเชื่อถือในการใช้งานระยะยาว

ความเคลื่อนไหวในตลาดแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ Hina เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็กำลังเร่งพัฒนาเช่นกัน Hina ตั้งเป้าหมายเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานให้เกิน 180 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม ในขณะที่ CATL เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่มีความหนาแน่น 175 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม และ BAIC ได้นำเสนอรถต้นแบบที่สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วภายใน 11 นาที นอกจากนี้ BYD กำลังพัฒนาแบตเตอรี่ที่รองรับรอบการชาร์จได้ถึง 10,000 รอบ โดยมีแผนการเปิดตัวในช่วงปี 2570 เช่นเดียวกัน

การผลักดันเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทางเลือกนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของจีนเพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรแร่ลิเธียมที่จำกัด โดยแบตเตอรี่โซเดียมไอออนมีจุดเด่นด้านความปลอดภัยที่สูงกว่า ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งในระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ และในภูมิภาคที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นจัด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงปี 2570-2571 ที่จะทำให้แบตเตอรี่โซเดียมไอออนก้าวขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีกระแสหลัก ซึ่งจะส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานมีราคาที่จับต้องได้มากขึ้น พร้อมทั้งมีความทนทานและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิม