OpenAI ประกาศอัปเดตครั้งสำคัญให้กับฟีเจอร์ Deep Research ใน ChatGPT โดยระบบดังกล่าวได้ถูกขับเคลื่อนด้วยโมเดลใหม่ GPT-5.2 อย่างเป็นทางการ นับเป็นการยกระดับความสามารถด้านการค้นคว้า วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลเชิงลึกให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม

จากประกาศของ OpenAI ระบุว่า ผู้ใช้งาน Deep Research จะสามารถ เชื่อมต่อกับแอปต่าง ๆ ภายใน ChatGPT และกำหนดให้ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์เฉพาะเจาะจงได้ เช่น เว็บไซต์หน่วยงานรัฐ งานวิจัย หรือฐานข้อมูลเฉพาะทาง ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์

นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการ ติดตามความคืบหน้าแบบเรียลไทม์ ผู้ใช้สามารถแทรกคำสั่งเพิ่มเติม หรือนำแหล่งข้อมูลใหม่เข้ามาระหว่างที่ AI กำลังทำการวิจัยได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นคือการ แสดงรายงานแบบเต็มหน้าจอ (Fullscreen Reports) ช่วยให้การอ่าน วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้งานต่อสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานด้านข่าว งานวิจัยเชิงวิชาการ และการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ

OpenAI ระบุว่า การอัปเกรด Deep Research ที่ใช้ GPT-5.2 จะเริ่ม ทยอยเปิดใช้งานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป

การอัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของ ChatGPT ที่กำลังก้าวจากผู้ช่วยตอบคำถามทั่วไป สู่การเป็น เครื่องมือวิจัยอัจฉริยะ สำหรับนักพัฒนา นักข่าว นักวิจัย และผู้ใช้งานระดับมืออาชีพมากยิ่งขึ้น