ปฏิเสธไม่ได้ว่าพีซีในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งความเร็ว ความแรง และความสามารถในการจัดการงานหนัก ๆ ที่คอมพิวเตอร์ระดับไฮเอนด์เมื่อสิบปีก่อนยังทำไม่ได้ แต่ในขณะที่พลังการประมวลผลก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกว่า “ความเสถียร” ของระบบกลับสวนทางไปอย่างน่ากังวล
หลายคนอาจคาดหวังว่าเมื่อฮาร์ดแวร์ดีขึ้น ระบบจะต้องนิ่งและเชื่อถือได้มากขึ้น ทว่าความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ปัญหาจากการอัปเดตระบบปฏิบัติการที่ผิดพลาด ฮาร์ดแวร์ที่ทำงานใกล้ขีดจำกัด รวมถึงความรู้สึกโหยหาอดีต ล้วนทำให้ผู้ใช้จำนวนมากมองว่าพีซีสมัยใหม่เปราะบางกว่ารุ่นก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด
หนึ่งในต้นตอสำคัญคือ ระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่แทบไม่ใช่สิ่งที่ต้องคิดมากนัก การเลือกใช้ Windows กลายเป็นค่าเริ่มต้น เพราะความคุ้นเคย การรองรับซอฟต์แวร์ที่กว้าง และความมั่นใจว่างานเดิมจะยังใช้งานได้เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ Windows กว่าพันล้านคนในปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการนี้กลับกลายเป็นแหล่งสร้างปัญหาความไม่เสถียรให้กับคอมพิวเตอร์จำนวนมาก
แม้ผู้ใช้สายฮาร์ดแวร์จะพิถีพิถันกับการเลือกซีพียู การ์ดจอ และอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดทั้งการทำงานและการเล่นเกม แต่เมื่อมาถึงระบบปฏิบัติการ กลับแทบไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก และสุดท้ายก็ต้องพึ่งพา Windows ต่อไป
ที่น่ากังวลคือ แม้แต่ Microsoft เองก็ยอมรับโดยนัยว่า Windows ในปัจจุบันยังอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ปัญหามีตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย เช่น การยัดเยียดฟีเจอร์ AI ในจุดที่ไม่จำเป็น ไปจนถึงบั๊กระดับร้ายแรงที่อาจทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถปิดเครื่องได้ตามปกติ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประสบการณ์ใช้งาน Windows ในยุคนี้ถูกมองว่าเข้าสู่ระดับ “ถ้าไม่หัวเราะ ก็ต้องร้องไห้” เมื่อเทียบกับความคาดหวังของผู้ใช้ที่ลงทุนกับฮาร์ดแวร์ราคาแพง แต่กลับต้องเจอกับปัญหาซอฟต์แวร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ที่มา xda-developers