Google ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของโลก มักให้ความสำคัญและจัดอันดับคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง มีความน่าเชื่อถือ และมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งหลักการนี้เป็นหัวใจสำคัญที่นักสร้างสรรค์เนื้อหาควรยึดถือเพื่อเพิ่มโอกาสในการติดอันดับการค้นหาที่ดีขึ้นมาโดยตลอด

คอนเทนต์ที่ Google ชื่นชอบคือเนื้อหาที่มุ่งเน้นผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยต้องสามารถตอบคำถามหรือแก้ปัญหาที่ผู้ใช้กำลังค้นหาได้อย่างครบถ้วนและลึกซึ้ง เนื้อหาควรมีความเป็นต้นฉบับ ไม่ซ้ำใคร และให้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่าแค่ผิวเผิน นอกจากนี้ หลักการ E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) หรือ ประสบการณ์, ความเชี่ยวชาญ, ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเนื้อหาในหมวดหมู่ YMYL (Your Money Your Life) ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การเงิน หรือความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ผู้เขียนหรือผู้สร้างเนื้อหาควรแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถในสาขาที่เขียนอย่างชัดเจน การใช้คีย์เวิร์ดควรเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ยัดเยียด และเนื้อหาควรอ่านง่าย เข้าใจได้ไม่ซับซ้อน มีการจัดเรียงความคิดอย่างเป็นระบบ ถึงแม้จะไม่มีการใช้หัวข้อแบ่งย่อยในโครงสร้าง HTML แต่การลำดับความในบทความนั้นต้องชัดเจนและต่อเนื่อง

ภารกิจหลักของ Google คือการจัดระเบียบข้อมูลทั่วโลกและทำให้ข้อมูลเหล่านั้นเข้าถึงได้และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม Google จึงพัฒนาระบบอัลกอริทึมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จากยุคแรกเริ่มที่เน้นการนับคีย์เวิร์ด ไปสู่การทำความเข้าใจความหมายของภาษา (semantic search) และการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน การอัปเดตอัลกอริทึมครั้งสำคัญหลายครั้ง เช่น Panda, Penguin, Hummingbird และ Core Updates ต่างก็มีจุดประสงค์เพื่อกรองเนื้อหาคุณภาพต่ำออกไป และส่งเสริมเนื้อหาที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้ปรากฏในหน้าแรกของการค้นหา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Google ในการมอบผลลัพธ์การค้นหาที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งานอยู่เสมอ

นอกเหนือจากคุณภาพของเนื้อหาโดยตรงแล้ว Google ยังพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ (page speed) การรองรับการแสดงผลบนมือถือ (mobile-friendliness) และการใช้โปรโตคอลความปลอดภัย HTTPS การมีลิงก์ย้อนกลับ (backlinks) จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือก็เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือของเนื้อหา อย่างไรก็ตาม จำนวนลิงก์ไม่สำคัญเท่าคุณภาพของแหล่งที่มาของลิงก์เหล่านั้น รวมถึงสัญญาณการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน เช่น อัตราการตีกลับ (bounce rate) และระยะเวลาที่ใช้บนหน้าเว็บ แม้ Google จะระบุว่าไม่ใช่ปัจจัยการจัดอันดับโดยตรง แต่ก็มักจะมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับเนื้อหาคุณภาพสูง ผู้สร้างคอนเทนต์จึงควรหมั่นตรวจสอบและปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาที่สร้างขึ้นนั้นไม่เพียงแต่มีคุณภาพ แต่ยังเข้าถึงได้ง่ายและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งานทุกท่าน