Apple สามารถพลิกสถานการณ์ในตลาดจีนได้อย่างน่าจับตาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังยอดขายอุปกรณ์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPhone 17 ได้รับการตอบรับเกินคาด ส่งผลให้รายได้จากภูมิภาคจีนขยับขึ้นสู่ระดับกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมานานกว่าสามปี
ข้อมูลผลประกอบการระบุว่า รายได้จากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ในไตรมาสที่สิ้นสุดปลายเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้มาก และกลายเป็นหนึ่งในไตรมาสที่ทำรายได้สูงสุดของ Apple ในภูมิภาคนี้ตลอดกาล
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณฟื้นตัวสำคัญ หลัง Apple เคยเสียจังหวะในจีนจากการแข่งขันกับแบรนด์ท้องถิ่น และข้อจำกัดด้านนโยบายการใช้สมาร์ตโฟนจากต่างประเทศในหน่วยงานรัฐ โดยรายได้ล่าสุดเกือบแตะสถิติสูงสุดช่วงเทศกาลปลายปีเมื่อหลายปีก่อน
ทิม คุก ซีอีโอของ Apple เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักมาจากผู้ใช้งานจำนวนมากที่ตัดสินใจอัปเกรดสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ ขณะเดียวกัน ผู้ใช้ที่เปลี่ยนค่ายจากระบบอื่นก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้จำนวนอุปกรณ์ Apple ที่มีการใช้งานในจีนทำสถิติสูงสุดใหม่
iPhone 17 กลายเป็นหัวใจหลักของการเติบโตในไตรมาสนี้ ด้วยการปรับโฉมรุ่นระดับบนอย่าง Pro และ Pro Max ควบคู่กับการเปิดตัว iPhone Air ที่เน้นความบางและดีไซน์แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า
นอกจากยอดขายแล้ว จำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการร้าน Apple Store ในจีนยังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่สินค้าในกลุ่มอื่น เช่น สมาร์ตวอทช์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ก็มีผู้ซื้อหน้าใหม่จำนวนมาก สะท้อนการขยายฐานลูกค้าในระยะยาว
ในตลาดอื่น Apple ยังคงเดินหน้าขยายตัว โดยอินเดียทำสถิติยอดขายสูงสุดในช่วงปลายปี ทั้งในกลุ่มอุปกรณ์และบริการ ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากส่วนแบ่งตลาดที่ยังไม่สูงนัก
แม้ก่อนหน้านี้ Apple จะเผชิญแรงกดดันจากนวัตกรรมใหม่ของคู่แข่งในจีน แต่บริษัทมีแนวโน้มกลับมาทวงพื้นที่ ด้วยแผนเปิดตัว iPhone จอพับได้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งอาจกลายเป็นหมากสำคัญในการแข่งขันกับผู้ผลิตท้องถิ่นในตลาดสมาร์ตโฟนที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ที่มา bloomberg