ควอลคอมม์ (Qualcomm) ได้สร้างความตื่นเต้นในอุตสาหกรรมอุปกรณ์สวมใส่ ด้วยการเปิดตัวชิปประมวลผลสำหรับสมาร์ตวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุด “Snapdragon Wear Elite” ซึ่งผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร ณ งาน MWC 2026 โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าชิปตัวนี้จะถูกนำไปใช้ใน Galaxy Watch Ultra 2 ของซัมซุง (Samsung) ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงกลางปี 2026 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานสมาร์ตวอทช์อย่างก้าวกระโดด

ชิป Snapdragon Wear Elite นับเป็นครั้งแรกที่ควอลคอมม์นำเทคโนโลยีการผลิตระดับ 3 นาโนเมตรมาใช้กับชิปสำหรับอุปกรณ์สวมใส่โดยเฉพาะ พร้อมนำสถาปัตยกรรมแบบ big.LITTLE มาปรับใช้กับซีพียูเป็นครั้งแรกสำหรับตระกูล Snapdragon Wear โดยมีแกนประมวลผลประสิทธิภาพสูงหนึ่งแกน ผสานกับแกนประหยัดพลังงานอีกสี่แกน การออกแบบนี้ส่งผลให้ประสิทธิภาพของซีพียูแบบแกนเดี่ยวเร็วขึ้นสูงสุดถึงห้าเท่าเมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนหน้า ขณะที่หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ยังทรงพลังขึ้นถึงเจ็ดเท่า ทำให้สามารถแสดงผลบนหน้าจอ Full HD ได้อย่างราบรื่นที่ 60 เฟรมต่อวินาที

หนึ่งในคุณสมบัติเด่นของชิปเรือธงรุ่นนี้คือการผสานรวมหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาทเทียม (NPU) อย่าง Hexagon NPU เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งรองรับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนาดใหญ่ถึงสองพันล้านพารามิเตอร์ให้สามารถทำงานบนอุปกรณ์ได้โดยตรง สิ่งนี้จะช่วยให้สมาร์ตวอทช์สามารถประมวลผลขั้นสูงได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสุขภาพและกิจกรรมฟิตเนส การบันทึกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การทำงานของระบบผู้ช่วยดิจิทัล การแปลภาษา หรือการแปลงเสียงเป็นข้อความ นอกจากนี้ยังมี eNPU ที่เน้นการประหยัดพลังงานสำหรับงานเฉพาะทาง เช่น การตรวจจับกิจกรรมแบบต่อเนื่อง การจดจำคำสั่งเสียงสำหรับผู้ช่วยอัจฉริยะ และการลดเสียงรบกวน

การพัฒนาชิป Snapdragon Wear Elite ของควอลคอมม์สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของอุตสาหกรรมที่กำลังมุ่งสู่สมาร์ตวอทช์ที่ชาญฉลาดและทรงพลังยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้ซัมซุงเองก็ได้พัฒนาชิป Exynos W1000 ของตนเองที่ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตรและมีสถาปัตยกรรมซีพียูที่คล้ายคลึงกัน แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีไมโครโปรเซสเซอร์เพื่ออุปกรณ์สวมใส่ที่ทวีความเข้มข้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่จะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ในด้านการเชื่อมต่อ ชิป Snapdragon Wear Elite รองรับเทคโนโลยีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น GNSS (รวมถึง GPS และระบบดาวเทียมนำทางอื่นๆ), NB-IoT สำหรับการสื่อสารผ่านดาวเทียมโดยตรง, 5G RedCap, Wi-Fi 6, Bluetooth 6.0 และเทคโนโลยี ultra-wideband (UWB) ที่สำคัญคือ ควอลคอมม์ยังเคลมว่าชิปรุ่นนี้สามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้นถึง 30% ด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการผลิตขั้นสูง นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จเร็ว โดยอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 300-600 mAh สามารถชาร์จได้ถึง 50% ภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

สมาร์ตวอทช์รุ่นแรกที่ใช้ชิปประมวลผลใหม่นี้คาดว่าจะเปิดตัวภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยมีกระแสข่าวว่า Galaxy Watch Ultra 2 จะเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้ใช้งานชิป Snapdragon Wear Elite ส่วน Galaxy Watch 9 ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐาน อาจยังคงใช้ชิป Exynos W1000 ที่ซัมซุงผลิตเองต่อไป ทั้งสองรุ่นคาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกับสมาร์ตโฟนพับได้ Galaxy Z Flip 8 และ Galaxy Z Fold 8 ในเดือนกรกฎาคม 2026