สถานีสนทนาดิจิทัลเปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อราว 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา ระบุว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ 5 อันดับแรกของโลกส่วนใหญ่ได้ทบทวนและปรับลดคาดการณ์ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในปี 2026 ลง จากเดิมที่วางแผนไว้ค่อนข้างเชิงรุก สาเหตุหลักมาจากต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญที่ยังทรงตัวในระดับสูง โดยเฉพาะหน่วยความจำ (Memory) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสมาร์ทโฟนยุคใหม่
รายงานชี้ว่า ราคาหน่วยความจำทั้ง DRAM และ NAND มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตต่อเครื่อง ขณะเดียวกัน ชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น ชิปประมวลผล กล้อง และแผงหน้าจอระดับพรีเมียม ก็มีราคาสูงขึ้นตามภาวะตลาด ทำให้ผู้ผลิตต้องบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงเลือกปรับลดเป้าหมายการจัดส่งลง เพื่อควบคุมสต๊อกสินค้า ลดความเสี่ยงด้านอุปสงค์ที่อาจไม่เป็นไปตามคาด และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในภาวะที่การแข่งขันยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในตลาดระดับกลางถึงล่างที่อ่อนไหวต่อราคา
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ทั้งหมด มีเพียงหนึ่งรายที่สวนกระแสตลาด ด้วยการปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดจัดส่งในปี 2026 โดยตั้งเป้าภายในไว้ที่ประมาณ 70 ล้านเครื่อง แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทดังกล่าวประเมินว่าตนเองมีความได้เปรียบด้านซัพพลายเชนและการควบคุมต้นทุน รวมถึงมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หวังจะกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดจีนถูกระบุว่าเป็นสมรภูมิสำคัญของปีหน้า โดยถูกมองว่าเป็นตลาดหลักที่จะผลักดันยอดขายของหลายแบรนด์ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีความท้าทาย แต่จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีความเคลื่อนไหวของผู้บริโภคสูง โดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์ 5G และรุ่นที่เน้นประสิทธิภาพด้านกล้องและ AI
นักวิเคราะห์มองว่า ทิศทางตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2026 จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางราคาชิ้นส่วน ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ภาวะเศรษฐกิจโลก และความสามารถของผู้ผลิตในการสร้างจุดขายใหม่ ๆ ให้กับสินค้า ในช่วงที่รอบการเปลี่ยนเครื่องของผู้บริโภคยาวนานขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในบางภูมิภาค แต่ความไม่แน่นอนด้านต้นทุนและกำลังซื้อยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ผลิตรายใหญ่ต้องรับมืออย่างใกล้ชิดตลอดปีหน้า
ที่มา https://weibo.com/6048569942/QrluF6SGc