Vivo ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในกลุ่มแท็บเล็ตระดับสูงอย่าง Vivo Pad 6 Pro ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ ผสมผสานทั้งประสิทธิภาพด้านการทำงานและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว การมาถึงของแท็บเล็ตรุ่นนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Vivo ในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม
Vivo Pad 6 Pro มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาดมหึมาถึง 13.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ 4K (3840 x 2512 พิกเซล) ที่มีอัตราส่วนภาพ 3:2 ซึ่งมอบพื้นที่การทำงานที่กว้างขวางและเหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ การเล่นเกม หรือการทำงานเอกสารที่ต้องการความละเอียดสูง นอกจากนี้ หน้าจอยังรองรับอัตรารีเฟรชที่สูงถึง 144Hz และอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสที่ 540Hz มอบความลื่นไหลในการใช้งานที่ไร้ที่ติ พร้อมด้วยการรองรับ HDR, ขอบเขตสี P3 ที่กว้าง และความแม่นยำของสีที่ △E ≈ 0.8 ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำของสีในงานกราฟิกและการออกแบบต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมการรับรองจาก TÜV ในด้านการลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา, เทคโนโลยี DC dimming เพื่อลดอาการกระพริบ และการปรับอุณหภูมิสีตามสภาพแวดล้อม เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่สบายตาที่สุด

ภายใต้ดีไซน์อันสง่างาม Vivo Pad 6 Pro ซ่อนเร้นขุมพลังด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร อันทรงพลัง พร้อมด้วยหน่วยความจำ LPDDR5X RAM และที่เก็บข้อมูลแบบ UFS 4.1 ที่มอบความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลสูงสุด เพื่อให้แน่ใจว่าประสิทธิภาพการทำงานจะไม่สะดุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่ต้องการทรัพยากรสูงและการประมวลผลที่ซับซ้อน เพื่อรับมือกับความร้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานหนัก Vivo ได้ติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วย VC (Vapor Chamber) และพื้นที่กระจายความร้อนขนาดใหญ่ถึง 71,446 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพสูงสุดของชิปเซ็ตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
ระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อน Vivo Pad 6 Pro คือ OriginOS 6 ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพด้วย Blue River Smooth Engine เพื่อมอบความลื่นไหลในการทำงานแบบ Multitasking และการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ แท็บเล็ตรุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์เพื่อการทำงานที่หลากหลาย เช่น อินเทอร์เฟซแบบ Multi-window ที่ช่วยให้เปิดใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันได้อย่างสะดวก, ฟังก์ชันการแชร์ข้อมูลข้ามอุปกรณ์ (Cross-device sharing) ที่ช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ Vivo เป็นไปอย่างราบรื่น และแอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาล่วงหน้าซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพ ได้แก่ CapCut Pro สำหรับการตัดต่อวิดีโอ, ZWCAD สำหรับการออกแบบ CAD และ Atomic Workbench สำหรับงานสำนักงานต่างๆ
ในด้านการถ่ายภาพ Vivo Pad 6 Pro ติดตั้งกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่รองรับโหมดการถ่ายภาพที่หลากหลาย เช่น โหมดกลางคืน (Night Mode), การสแกนเอกสาร (Document Scanning), และโหมดมืออาชีพ (Professional Mode) รวมถึงความสามารถในการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งเหมาะสำหรับการประชุมทางวิดีโอคอล การเรียนออนไลน์ หรือการถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัด

เพื่อรองรับการใช้งานที่ยาวนาน Vivo Pad 6 Pro บรรจุแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 13,000mAh พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 66W ที่ช่วยให้กลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด สำหรับประสบการณ์ด้านเสียง แท็บเล็ตรุ่นนี้ได้รวมระบบลำโพงพาโนรามา 8 ตัว พร้อมเอฟเฟกต์เสียง Spatial Effects 7.0 ของ Super Audio มอบมิติเสียงที่สมจริงและดื่มด่ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชมภาพยนตร์หรือการเล่นเกมที่ต้องการความสมจริงของเสียง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม Vivo Pad 6 Pro นำเสนอคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกม เช่น โหมด Super-resolution สำหรับเกม 19 เกม, Frame Interpolation เพื่อการแสดงผลที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น และ Live Screenshots หรือการจับภาพหน้าจอแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ได้แก่ Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.4, USB 3.2 Gen 1 และ OTG สำหรับการใช้งานอุปกรณ์เสริมต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการทำงาน Vivo ยังได้นำเสนออุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ได้แก่ Smart Touch Keyboard 6 Pro และ Vivo Pencil 3 ซึ่งจะช่วยเสริมให้การทำงานบนแท็บเล็ตมีประสิทธิภาพและความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
Vivo Pad 6 Pro มีการวางจำหน่ายหลายรุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน โดยราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น 8GB RAM + 256GB Storage อยู่ที่ 4,499 หยวน (ประมาณ 22,000 บาท) สำหรับรุ่น 12GB RAM + 256GB Storage มีราคา 4,999 หยวน (ประมาณ 24,500 บาท) และรุ่น 12GB RAM + 512GB Storage มีราคา 5,799 หยวน (ประมาณ 28,500 บาท) ส่วนรุ่นท็อปสุด ด้วย RAM 16GB และ Storage 512GB มีราคาอยู่ที่ 6,699 หยวน (ประมาณ 33,000 บาท) โดยแท็บเล็ตรุ่นนี้มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Inspiration Purple, Relax Blue และ Free Gray และพร้อมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วในประเทศจีน
นอกเหนือจากการเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นเรือธงแล้ว Vivo ยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น Vivo X300s ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 9500, กล้อง ZEISS และแบตเตอรี่ 7100mAh รวมถึง Vivo X300 Ultra ที่โดดเด่นด้วยระบบกล้อง ZEISS Master Lens และรองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 120fps การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางของ Vivo ในการพัฒนานวัตกรรมที่หลากหลายและมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์