นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง พร้อมกำลังพลจำนวนมาก ลงพื้นที่จังหวัดระนองเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าตรวจสอบและทลายเครือข่ายลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายขนาดใหญ่ หลังได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีโกดังแห่งหนึ่งถูกใช้เป็นสถานที่พักสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างถูกต้องตามระเบียบ อันเป็นการสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศอย่างมหาศาล

ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่โกดังของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง โดยมีนายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมคณะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ภายหลังจากการตรวจสอบภายในโกดัง เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบเครื่องจักรกลจำนวนมาก รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและวัสดุอุปกรณ์หลากหลายชนิด ซึ่งสินค้าทั้งหมดมีแหล่งผลิตจากต่างประเทศ แต่กลับไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานการนำเข้าหรือใบอนุญาตที่แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ ยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยว่าเป็นการลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งประเมินมูลค่าสินค้าที่ตรวจยึดได้ในเบื้องต้นสูงถึงกว่าห้าสิบล้านบาท

จากการสอบสวนข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เจ้าของพื้นที่ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนแห่งนี้มีนามสมมติว่านางสาวเอ เป็นผู้ให้เช่าโกดังดังกล่าว ขณะที่ผู้เช่าซึ่งเป็นผู้ดูแลสินค้าถูกระบุว่าเป็นชายชาวเมียนมา อายุประมาณ 22 ปี อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบ ไม่สามารถติดต่อกับบุคคลทั้งสองฝ่ายได้ ทำให้การสืบสวนเบื้องต้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบต่อการกระทำผิดกฎหมายที่เกิดขึ้น การลักลอบนำเข้าสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีจำนวนมหาศาล แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตภายในประเทศด้วย

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จึงได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและรัดกุม โดยให้มีการตรวจยึดและอายัดสินค้าผิดกฎหมายทั้งหมดเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามระเบียบของกรมศุลกากรอย่างละเอียด พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งขยายผลการสืบสวนติดตามตัวชายชาวเมียนมาผู้เช่าพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่เป็นเจ้าของโกดัง เพื่อสาวไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำผิด นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานความมั่นคงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสินค้าบริเวณแนวชายแดน เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าที่เลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจของชาติอย่างยั่งยืนต่อไป