พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า 'รัฐบาลอนุทิน 2' โดยคาดการณ์ว่าจะมีความชัดเจนและพร้อมปฏิบัติงานเต็มที่ภายในปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนี้ หลังกระบวนการทางรัฐสภาและการรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะสิ้นสุดลง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ภายใต้แนวคิด 'ภูมิใจไทยพลัส' โดยมีเป้าหมายที่การสร้างฐานเสียงที่แข็งแกร่งในสภาผู้แทนราษฎรให้เกิน 300 เสียง ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่ถูกกล่าวถึงว่าใกล้ความเป็นจริง เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และคาดว่าจะสามารถสรุปข้อตกลงสำคัญได้ก่อนเทศกาลสงกรานต์

ขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญจะเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นทางการทันทีที่ กกต. รับรอง ส.ส. ได้อย่างน้อยร้อยละ 95 หรือ 475 คน จาก 500 คนทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 จากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา ก่อนที่จะเข้าสู่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน และตามมาด้วยการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่และการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน

การจัดตั้งรัฐบาลผสมในครั้งนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการความท้าทายในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีและการแบ่งโควตากระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงที่มีความสำคัญและอ่อนไหว เพื่อให้เกิดความสมดุลและรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว ขณะที่ กกต. ยังคงดำเนินการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการสั่งให้มีการลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่ในบางพื้นที่ เพื่อให้การประกาศผล ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อครบถ้วนตามกรอบเวลาที่กำหนด

สำหรับโครงสร้างคณะรัฐมนตรี 'อนุทิน 2' ที่มีการประเมินเบื้องต้นนั้น คาดว่าจะมีการแบ่งสัดส่วนตำแหน่งออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ โควตากลางสำหรับผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกพรรคจำนวน 5 ตำแหน่ง เพื่อเข้ามาดูแลงานด้านสำคัญ เช่น ภาคการเงิน ส่วนพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำ มีแนวโน้มที่จะได้รับมากที่สุดถึง 19 ตำแหน่ง โดยคาดการณ์ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ยังมีชื่อบุคคลสำคัญจากภูมิใจไทย อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายชัยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงนายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่มีลุ้นนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

พรรคเพื่อไทยคาดว่าจะได้รับ 8 ตำแหน่ง ใน 3 กระทรวงสำคัญ โดยมีชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นตัวเต็งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐและพรรคเล็กอื่นๆ อาจได้รับ 3 ตำแหน่ง โดยมีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหนึ่งในโควตาสำคัญ ซึ่งมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง ถูกเสนอชื่อ ส่วนกระทรวงที่มีความอ่อนไหว เช่น กระทรวงยุติธรรมหรือกระทรวงพลังงาน อาจถูกจัดสรรให้แก่บุคคลภายนอก หรือต้องพิจารณาอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น ความชัดเจนเกี่ยวกับรายชื่อคณะรัฐมนตรีทั้งหมดคาดว่าจะปรากฏในอีกไม่กี่วันนี้