เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ มีรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่า การเจรจาระหว่างพรรคการเมืองได้ข้อสรุปแล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยรับบทแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้เสียงสนับสนุนรวม 300 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร

โครงสร้างเสียงรัฐบาลประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคขนาดเล็กรวม 33 เสียง ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง ไม่เข้าร่วมรัฐบาล ส่งผลให้ขั้วรัฐบาลมีเสียงข้างมากอย่างชัดเจน

ด้านพรรคการเมืองที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง รวม 200 เสียง

แหล่งข่าวระบุว่า สูตรจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ถูกออกแบบให้มีจำนวนพรรคร่วมเท่าที่จำเป็น เพื่อคงเสถียรภาพและลดแรงกดดันเรื่องการแบ่งสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะเมื่อมีการกันโควตารัฐมนตรี “คนนอก” ไว้ถึง 5 ตำแหน่ง หากเพิ่มพรรคร่วมมากกว่านี้ อาจกระทบต่อสัดส่วนของพรรคแกนนำซึ่งมีจำนวน ส.ส.สูงถึง 193 คน

สำหรับรายชื่อบุคคลภายนอกที่ถูกวางตัวในคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส คุมกระทรวงการคลังในฐานะรองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รับผิดชอบงานด้านกฎหมาย และนายปรีดี ดาวฉาย ถูกคาดหมายให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย มีรายงานว่าจะได้รับการจัดสรร 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ส่วนบทบาทของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับมติภายในพรรคในลำดับต่อไป

การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการวางสมดุลระหว่างเสถียรภาพทางการเมืองและภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ผ่านการดึงบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมบริหารประเทศในตำแหน่งสำคัญ