ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับประมาณ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทค่อย ๆ ปรับตัวแข็งค่าในกรอบจำกัด ลักษณะเคลื่อนไหวแบบ Sideways Down และลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 31.10 บาทต่อดอลลาร์
การแข็งค่าของเงินบาทเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินโลกที่กลับมาอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยง ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐทยอยอ่อนค่าลง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำปรับตัวขึ้นและสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ซึ่งช่วยหนุนทิศทางค่าเงินบาทเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การปรับแข็งค่าของเงินบาทยังถูกจำกัดจากธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนของอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก นอกจากนี้ ช่วงเช้าของตลาดเอเชีย ราคาทองคำที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย ยังมีส่วนกดดันให้เงินบาทชะลอการแข็งค่าจากแนวรับดังกล่าว
ฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในแดนบวก โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะธีม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน โดยดัชนีหลักได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี หุ้นพลังงาน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การบิน และเหมืองแร่ ซึ่งได้อานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4.20% หลังตลาดยังคงคาดการณ์ถึงโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในปีนี้ ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นที่ปรับลดลง ช่วยลดแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงตามทิศทางบอนด์ยีลด์และภาวะเปิดรับความเสี่ยง ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวแถวโซน 96.9 จุด ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นสู่ช่วง 5,000–5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนมีแรงขายทำกำไรในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย
สำหรับช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้งยอดค้าปลีก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการรายย่อย และดัชนีต้นทุนการจ้างงาน รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินและตลาดการเงินทั่วโลก
ในภาพรวม ค่าเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าต่อได้บ้างในระยะสั้น แต่การปรับตัวอาจเป็นไปอย่างจำกัด โดยต้องติดตามแนวรับสำคัญที่ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ รวมถึงความผันผวนของราคาทองคำ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด