ถนนยามค่ำคืนในหลายเมืองของจีนเริ่มเห็นภาพคุ้นตาใหม่ เมื่อรถตู้ส่งพัสดุแบบไร้คนขับของ China Post ออกวิ่งท่ามกลางการจราจรจริง โดยไม่มีคนขับอยู่หลังพวงมาลัย สะท้อนความคืบหน้าของเทคโนโลยีโลจิสติกส์อัตโนมัติที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

รายงานระบุว่า ภายในช่วงกลางปี 2025 มีการนำรถส่งพัสดุไร้คนขับมาใช้งานแล้วมากกว่า 6,000 คันทั่วประเทศ และมียอดระยะทางสะสมรวมกว่า 100 ล้านกิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงการทดสอบและใช้งานในระดับเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

รถดังกล่าวใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Autonomous) ผสานเซนเซอร์ กล้อง และระบบประมวลผลอัจฉริยะ เพื่อวิเคราะห์สภาพถนน ตรวจจับสิ่งกีดขวาง และวางแผนเส้นทางแบบเรียลไทม์ โดยมุ่งเน้นการใช้งานในช่วงเวลากลางคืนเพื่อลดความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

เร่งลดต้นทุน เพิ่มความเร็วการจัดส่ง

การนำรถไร้คนขับมาใช้ในงานโลจิสติกส์ช่วยลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มความแม่นยำในการจัดส่ง และรองรับปริมาณพัสดุที่เติบโตจากอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในจีน นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และระบบขนส่งอัจฉริยะของประเทศ

นักวิเคราะห์มองว่า หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาได้เต็มศักยภาพ จีนอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านโลจิสติกส์อัตโนมัติของโลก และเป็นต้นแบบให้หลายประเทศนำไปปรับใช้ในอนาคต

อนาคตของการขนส่งกำลังเปลี่ยนผ่าน และถนนยามค่ำคืนของจีนอาจเป็นภาพสะท้อนของโลกโลจิสติกส์ยุคใหม่ที่กำลังมาถึงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ที่มาแหล่งข่าว https://x.com/i/status/2025333877737238948