กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดประชุมหารือกับตัวแทนภาคปศุสัตว์สำคัญของไทย รวมถึง สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ และ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ณ สำนักงานกรมการค้าภายใน โดยมี นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ การหารือมีขึ้นเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การผลิตและการจำหน่ายสินค้าเกษตรหลักอย่างเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบริโภคของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่กำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป้าหมายคือการสร้างความมั่นใจว่าปริมาณผลผลิตจะเพียงพอต่อความต้องการ และบริหารจัดการราคาให้เกิดความสมดุล ไม่สร้างภาระแก่ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค ทุกภาคส่วนยืนยันร่วมกันว่า แม้สภาพอากาศจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสัตว์และปริมาณผลผลิตในบางช่วง แต่สินค้าเกษตรหลักเหล่านี้ยังคงมีเพียงพอและไม่คาดว่าจะขาดแคลนในตลาดอย่างแน่นอน
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสถานการณ์ราคาและปริมาณผลผลิตในขณะนี้ เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์เลี้ยง เช่น สุกรและไก่ ทำให้พวกมันกินอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้มีอัตราการเติบโตช้ากว่าปกติ ขณะที่ไก่ไข่ก็ให้ผลผลิตไข่ลดลงและมีขนาดเล็กลง ทำให้ปริมาณสินค้าออกสู่ตลาดโดยรวมลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าน้ำและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความจำเป็นในการเปิดใช้ระบบระบายความร้อนภายในฟาร์ม เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมแก่การเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่อุณหภูมิสูงจัด
สำหรับสถานการณ์ราคาปัจจุบัน นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ชี้แจงว่า ราคาหมูหน้าฟาร์มที่ปรับขึ้นเล็กน้อยเป็นการฟื้นตัวจากภาวะขาดทุนสะสม โดยราคาซื้อขายจริงอยู่ที่ประมาณ 68 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงต้นทุนการผลิต ด้านราคาเนื้อไก่นั้น นายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ระบุว่า มีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง เนื่องจากคำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลงจากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ประกอบกับเกษตรกรได้เร่งเพิ่มผลผลิตเพื่อชดเชยความเสียหายจากอากาศร้อน ทำให้ปริมาณเนื้อไก่กลับสู่ภาวะปกติ ส่วนไข่ไก่นั้น นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เสริมว่า แม้หน้าร้อนผลผลิตไข่จะลดลงตามธรรมชาติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ปริมาณไข่ไก่จะเริ่มเพิ่มขึ้นตามวัฏจักร
แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายประการ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งหมดได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันตรึงราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายใน ก็เตรียมมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดย นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เน้นย้ำถึงการจัดงาน "ธงฟ้าราคาประหยัด" ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ในราคาที่ยุติธรรม นอกจากนี้ ทางกรมฯ ยังกำชับผู้ประกอบการและผู้ค้าทุกรายให้ปฏิบัติตามกฎหมาย งดเว้นการฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร พร้อมทั้งย้ำเตือนประชาชนว่า หากพบเห็นพฤติกรรมจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 ซึ่งหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง ผู้กระทำจะถูกลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 29 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่