โรงพยาบาล Radboudumc ในเมืองไนเมเคินของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตัดสินใจดำเนินมาตรการเฝ้าระวังขั้นสูงสุดด้วยการสั่งกักตัวบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 12 คน เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์เต็ม หลังจากพบว่ามีความบกพร่องเกิดขึ้นในขั้นตอนการจัดการตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของผู้ป่วยรายหนึ่งที่ติดเชื้อไวรัสฮันตา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบุคลากรกลุ่มนี้ละเลยการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับเชื้อไวรัสชนิดรุนแรง แม้ทางโรงพยาบาลจะออกมายืนยันในภายหลังว่าความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อสู่บุคลากรมีอยู่ในระดับต่ำมาก และการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยรายอื่นยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติโดยไม่มีสะดุดก็ตาม
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีสาเหตุมาจากการรับตัวผู้ป่วยที่เป็นผู้โดยสารจากเรือสำราญหรูฮอนดิอุส (Hondius) เข้ามารับการรักษาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ได้ชี้แจงต่อสภาถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า แม้ทางเจ้าหน้าที่จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานทั่วไป แต่กลับไม่ได้ยึดถือระเบียบในระดับสูงสุดเท่าที่จำเป็นสำหรับเคสการติดเชื้อฮันตาไวรัสโดยเฉพาะ ส่งผลให้ทางโรงพยาบาลเลือกตัดสินใจใช้มาตรการเชิงป้องกันเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนในองค์กร โดยเน้นย้ำว่าสถานการณ์ในขณะนี้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากทางการมีความเข้าใจในธรรมชาติของไวรัสและการควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดในระดับสากลนั้น องค์การอนามัยโลกได้รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 9 ราย โดยคาดการณ์ว่าอาจมีผู้ป่วยรายใหม่ปรากฏขึ้นอีกเนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้มีระยะเวลาฟักตัวที่ค่อนข้างยาวนาน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรได้ออกมาสร้างความมั่นใจแก่สาธารณชนว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ภาวะโรคระบาดร้ายแรงและไม่มีรูปแบบการแพร่กระจายที่ง่ายดายในลักษณะเดียวกับโรคทางเดินหายใจที่เคยเกิดขึ้นทั่วโลก ขณะเดียวกันทางฝั่งเรือสำราญฮอนดิอุสก็ได้ออกเดินทางจากหมู่เกาะคานารีของประเทศสเปนเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมด้วยลูกเรือและทีมแพทย์ประจำเรือ โดยมีกำหนดการเดินทางถึงจุดหมายปลายทางในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้เพื่อดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขต่อไปอย่างรัดกุม
ที่มา reuters