รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ในการยุติภาวะสงครามและประกาศเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สร้างความโล่งใจให้กับภาคเศรษฐกิจทั่วโลกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 โดยข้อตกลงดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติการสู้รบที่รุนแรงและฟื้นฟูเสถียรภาพทางการค้าในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับความเสียหายมาอย่างต่อเนื่อง
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เปิดเผยข่าวดีนี้ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัวโดยระบุว่าข้อตกลงกับอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้ว ภายหลังจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาครั้งนี้ โดยบันทึกความเข้าใจฉบับสำคัญมีกำหนดจะลงนามอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ทันทีที่ข่าวการบรรลุข้อตกลงถูกแพร่สะพัดออกไป ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกร่วงลงทันทีประมาณร้อยละ 5 เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนพลังงานที่เกิดจากการปิดช่องแคบที่เป็นเส้นทางลำเลียงหลักของโลกมานานหลายเดือน
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าได้สั่งการให้ยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บรรดาบริษัทเดินเรือเดินสมุทรระดับโลกยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังในการส่งเรือเข้าสู่พื้นที่ เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเคลียร์ทุ่นระเบิดและตรวจสอบความปลอดภัยใต้ท้องน้ำเพื่อให้แน่ใจว่าเส้นทางเดินเรือจะมีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับเรือบรรทุกสินค้าทุกลำ โดยรายละเอียดเชิงลึกของข้อตกลงนี้คาดว่าจะถูกนำเสนอต่อผู้นำกลุ่มประเทศมหาอำนาจ G7 ที่กำลังจะมีการประชุมร่วมกันในประเทศฝรั่งเศสเร็วๆ นี้
ทางด้านความขัดแย้งในเลบานอนซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีความเปราะบางสูง ทางการอิหร่านได้ยื่นข้อเรียกร้องให้มีการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลต่อกลุ่มเฮซบอลลาห์โดยสิ้นเชิง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานจากแหล่งข่าวความมั่นคงที่ระบุว่าการยิงปะทะกันเริ่มยุติลงตั้งแต่ช่วงคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลจะยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวโดยประกาศว่าจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ยึดครองทางตอนใต้ของเลบานอนตามแรงกดดันจากนานาชาติก็ตาม แต่ความพยายามในการหยุดยิงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้พลเรือนกว่าหนึ่งล้านคนที่ต้องพลัดถิ่นจากสงครามสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้งภายใต้กรอบการเจรจาที่จะดำเนินต่อไปในระยะเวลา 60 วันข้างหน้า
สำหรับเบื้องหลังของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ จนนำไปสู่การตอบโต้ทางการทหารที่ขยายตัวเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านซึ่งเป็นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่สมัยที่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 จะถูกนำมาเป็นวาระหลักในการเจรจาขั้นต่อไปเพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่าการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลางและช่วยลดระดับความตึงเครียดระหว่างประเทศมหาอำนาจที่สั่งสมมาอย่างยาวนานให้คลี่คลายลงในที่สุด
ที่มา reuters