ลินด์เซย์ วอนน์ ตำนานนักสกีชาวอเมริกันวัย 41 ปี เปิดเผยเรื่องราวสุดระทึกหลังประสบอุบัติเหตุรุนแรงในการแข่งขันดาวน์ฮิลล์หญิงที่โอลิมปิกฤดูหนาว มิลาโน คอร์ตินา โดยระบุว่าเธอเกือบต้องสูญเสียขาซ้ายจากการผ่าตัดตัดทิ้ง แต่โชคดีที่ทีมแพทย์สามารถช่วยชีวิตและรักษาอวัยวะไว้ได้ทันท่วงที ปัจจุบันเธอออกจากโรงพยาบาลแล้วและกำลังเริ่มต้นกระบวนการฟื้นฟูร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขันเพียงไม่กี่วินาที เมื่ออดีตเหรียญทองโอลิมปิกปี 2010 เสียหลักพุ่งชนประตูและกระเด็นออกนอกเส้นทางด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้เกิดภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูงผิดปกติหรือคอมพาร์ตเมนต์ ซินโดรม (Compartment Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เนื่องจากแรงดันที่พุ่งสูงเกินไป วอนน์ระบุว่า ดร. ทอม แฮกเกตต์ แพทย์ประจำทีมสหรัฐฯ ตัดสินใจทำศัลยกรรมผ่าเปิดช่องกล้ามเนื้อเพื่อระบายความดันอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นการช่วยให้ขาของเธอไม่ต้องถูกตัดทิ้งในที่สุด

นอกเหนือจากภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตแล้ว รายงานระบุว่าการบาดเจ็บครั้งนี้รุนแรงอย่างมาก โดยเธอได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้ง กระดูกน่อง และข้อเท้าขวาหัก วอนน์ต้องเข้ารับการผ่าตัดในอิตาลีถึง 4 ครั้ง ก่อนจะถูกส่งตัวกลับมารักษาต่อในสหรัฐอเมริกาด้วยการผ่าตัดมาราธอนนานกว่า 6 ชั่วโมง เธอเล่าว่าความเจ็บปวดครั้งนี้รุนแรงกว่าการบาดเจ็บทุกครั้งที่ผ่านมาในชีวิตหลายเท่าตัว และยังมีสภาวะฮีโมโกลบินต่ำจากการเสียเลือดในปริมาณมากจนต้องรับการถ่ายเลือดเพื่อให้ร่างกายพ้นขีดอันตราย

สำหรับเส้นทางการฟื้นตัวหลังจากนี้ ยอดนักสกีหญิงที่ครองสถิติความสำเร็จสูงสุดเป็นอันดับสองของโลกคาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีเพื่อให้กระดูกสมานตัวสมบูรณ์ โดยในระยะสั้นเธอหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนจากการใช้รถเข็นมาเป็นไม้ค้ำยันได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แม้การปิดฉากโอลิมปิกครั้งนี้จะไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่เธอยืนยันว่าจะมุ่งมั่นกับการทำกายภาพบำบัดทีละขั้นตอนเพื่อกลับมาแข็งแรงอีกครั้งในอนาคต

ที่มา reuters