เกิดเหตุสลดใจบนท้องถนนในพื้นที่จังหวัดน่าน เมื่อรถยนต์คันหนึ่งเสียหลักพุ่งหลุดโค้งบริเวณจุดเสี่ยงภัยช่วงเวลาโพล้เพล้ของวันที่ 18 เมษายน 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีจำนวน 5 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 14 ราย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปัวพร้อมด้วยทีมกู้ชีพกู้ภัยหลายภาคส่วนได้ระดมกำลังเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ณ บริเวณโค้งห้วยเย็น บ้านนาแล ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว เพื่อเร่งนำตัวผู้ประสบภัยส่งโรงพยาบาลท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด
พ.ต.อ.บูญส่ง นิกรเถื่อน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายทันทีหลังจากได้รับแจ้งเหตุร้ายผ่านศูนย์วิทยุนครน่าน 191 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้ง พ.ต.ท.เดี่ยว ศรีวิชัย รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม และ พ.ต.ต.นคร กันทเสน สารวัตรป้องกันปราบปราม ร่วมลงพื้นที่อำนวยการด้วยตนเอง ซึ่งเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.55 น โดยพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเสียสมดุลขณะเข้าโค้งซึ่งเป็นทางลาดชันและคดเคี้ยวจนไม่สามารถควบคุมรถได้
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุโดย ร.ต.อ.สุพจน์ มิ่งปรีชา รองสารวัตรป้องกันปราบปราม ในฐานะร้อยเวร 60 พบภาพความเสียหายอย่างรุนแรงของตัวรถที่ตกลงไปข้างทาง โดยมีร่างผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกระจายอยู่โดยรอบ ทำให้ทีมกู้ชีพจากโรงพยาบาลปัวต้องประสานงานร่วมกับหน่วยกู้ภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลสถาน เทศบาลตำบลปัว และเทศบาลตำบลศิลาแลง เพื่อนำเครื่องมือตัดถ่างและอุปกรณ์ช่วยชีวิตเข้าสนับสนุนการทำงานของร้อยเวรสายตรวจจราจรและร้อยเวร 30 ในการจัดการพื้นที่และช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาจากซากรถอย่างระมัดระวังที่สุด
สำหรับตัวเลขผู้ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 19 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุจำนวน 5 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการชันสูตรเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายร่างอย่างสมเกียรติ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 รายที่มีทั้งอาการสาหัสและบาดเจ็บตามร่างกายได้ถูกลำเลียงส่งไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวเพื่อให้คณะแพทย์และพยาบาลทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่เพื่อรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เพื่อประกอบสำนวนคดีและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในครั้งนี้
พื้นที่บริเวณโค้งห้วยเย็น บ้านนาแล หมู่ที่ 8 ตำบลศิลาแลง นั้นได้รับการกล่าวขานว่าเป็นจุดอันตรายที่ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและทางโค้งหักศอกที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งหากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทางหรือใช้ความเร็วเกินกำหนด การสูญเสียครั้งนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับชุมชนและครอบครัวผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก โดยทางสถานีตำรวจภูธรปัวได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถรวมถึงศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทางในพื้นที่ลาดชันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยเดิมในอนาคต
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเพื่อเคลียร์พื้นที่การจราจรและติดตามอาการของผู้บาดเจ็บที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างละเอียดเพื่อสรุปข้อเท็จจริงว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความขัดข้องของตัวรถหรือปัจจัยด้านบุคคล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและนำข้อมูลมาปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนในพื้นที่อำเภอปัวให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่สืบต่อไป