เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 09:30 น. นายครรชิต ชมภูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ปภ. สาขาเชียงกลาง หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน หลังจากประสบภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมชั่วคราวได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะทางเบี่ยงที่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรหลักของประชาชนในบางหมู่บ้าน การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วนและวางแผนการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด ทีมงานได้พบจุดที่ได้รับความเสียหายอย่างชัดเจนจำนวนสองแห่ง ซึ่งล้วนเป็นทางเบี่ยงที่มีความสำคัญต่อการสัญจรของชุมชน จุดแรกอยู่ที่บริเวณสะพานบ้านท่าล้อ ตำบลแงง อำเภอปัว ตรงนี้เป็นทางเบี่ยงดินที่สร้างขึ้นชั่วคราวเพื่อใช้ข้ามลำน้ำปัว แต่ถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดพังเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้อีก อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ยังคงสามารถใช้เส้นทางอื่นเพื่อเข้าออกหมู่บ้านได้ แม้จะต้องอ้อมไปบ้างก็ตาม ส่วนอีกจุดหนึ่งที่มีความรุนแรงไม่แพ้กันคือบริเวณบ้านส้านหนึ่ง หมู่ที่ 13 ตำบลสถาน อำเภอปัว ในจุดนี้ ทางเบี่ยงดินซึ่งเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างขึ้นมาเอง เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรชั่วคราวทดแทนสะพานเดิมที่เคยพังเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2568 ได้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาดสะบั้น ทำให้การคมนาคมต้องหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง ซึ่งปัจจุบันจุดนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการจำหน่ายพัสดุและเตรียมการออกแบบเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการก่อสร้างสะพานถาวรในอนาคตอันใกล้นี้
เพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด นายครรชิต ชมภูแดง ได้สั่งการและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ ให้เร่งพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อฟื้นฟูเส้นทางสัญจรที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้มีการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวก ลดความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมขัง และมีการเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พร้อมกันนี้ ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านยังได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณริมแม่น้ำลำคลอง ให้ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง หากประสบเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงได้อย่างทันท่วงที