กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและมีแนวโน้มจะร้อนจัดมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง สำหรับวันที่ 27 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดการณ์ว่าจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในบางแห่ง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมอยู่บริเวณประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนที่พัดปกคลุมในพื้นที่ดังกล่าว
สำหรับสถานการณ์อุณหภูมิโดยรวม ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดมีโอกาสพุ่งสูงแตะ 41 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่จัดอยู่ในเกณฑ์ร้อนจัด สอดคล้องกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในบางจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ชัยภูมิ และนครราชสีมา ขณะที่ภาคตะวันออกก็มีแนวโน้มที่จะพบฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางส่วนของจังหวัดนครนายก จันทบุรี และตราด ประชาชนในบริเวณดังกล่าวจึงควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษจากสภาพอากาศที่แปรปรวน
ในส่วนของภาคใต้ ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก อากาศจะยังคงร้อนในตอนกลางวัน โดยภาคใต้ฝั่งตะวันออกอาจมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณจังหวัดสงขลาและยะลา สำหรับคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และอาจสูงมากกว่า 1 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง นักเดินเรือและผู้ประกอบกิจกรรมทางทะเลควรใช้ความระมัดระวัง
ด้านปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควัน ในระยะนี้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ยังคงมีการสะสมของฝุ่นละอองในระดับปานกลางถึงค่อนข้างมาก สาเหตุหลักมาจากการระบายอากาศที่อยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรพิจารณาสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนทั่วประเทศดูแลรักษาสุขภาพตนเองจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน เพื่อป้องกันภาวะลมแดดหรือฮีทสโตรกที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังควรเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวในบางพื้นที่
สภาพอากาศโดยรวมในประเทศไทยช่วงเวลานี้ได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมพื้นที่ตอนบนของประเทศเป็นหลัก ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดนำความชื้นและอุณหภูมิสูงเข้าสู่พื้นที่ ส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมและมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนในบางแห่ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว