กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยถึงสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนในประเทศไทยตอนบน โดยคาดการณ์ว่าจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นับตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะนำมาพร้อมกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักในบางพื้นที่ รวมถึงมีโอกาสเกิดฟ้าผ่า ประชาชนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น.

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างครอบคลุมหลายภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะในขณะที่หลายพื้นที่ยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าวในตอนกลางวัน ก่อนที่สภาพอากาศจะแปรปรวนอย่างรวดเร็ว ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากลมพายุที่รุนแรงและฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

สำหรับภาคเกษตรกรรม เกษตรกรควรเร่งดำเนินการตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผล รวมทั้งเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ในส่วนของภาคใต้ คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในบางแห่ง ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน พร้อมกันนี้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่ในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจมีกำลังแรงขึ้นและมีความสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือที่สัญจรในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือเป็นพิเศษ

สาเหตุหลักของพายุฤดูร้อนในประเทศไทยตอนบนมาจากปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลายประการที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ การที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปะทะกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุฤดูร้อน

ด้านสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในช่วงนี้ พื้นที่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่สถานการณ์จะทรงตัวหรือลดลงได้บ้าง เนื่องจากมีการระบายอากาศที่ดีขึ้น และมีโอกาสที่ฝนจะตกในบางพื้นที่ ซึ่งจะช่วยชะล้างฝุ่นละอองในอากาศให้เบาบางลงได้