วงการสตอเรจอาจต้องเผชิญความตึงตัวครั้งใหญ่ หลังผู้บริหารของ Western Digital เปิดเผยระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์ว่า กำลังการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ตลอดทั้งปี 2026 ถูกจองเต็มทั้งหมดแล้ว โดยคำสั่งซื้อส่วนใหญ่มาจากลูกค้าองค์กรรายใหญ่ 7 อันดับแรกของบริษัท

รายงานระบุว่า WD ได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับลูกค้าหลักอย่างเป็นทางการ บางรายลงนามยาวไปถึงปี 2027 และมีอย่างน้อยหนึ่งรายที่ล็อกสัญญาครอบคลุมถึงปี 2028 สะท้อนความต้องการใช้งานที่มั่นคงและต่อเนื่องในภาคธุรกิจขนาดใหญ่

โครงสร้างรายได้เปลี่ยนชัด เน้นคลาวด์-องค์กร

ผู้บริหาร WD ยอมรับว่า ทิศทางธุรกิจ HDD ของบริษัทกำลังเอนเอียงไปทางตลาดคลาวด์และองค์กรอย่างชัดเจน โดยรายได้ที่เกี่ยวข้องกับงาน AI และคลาวด์คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 90% ของรายได้รวม ขณะที่ตลาดผู้บริโภคทั่วไปมีสัดส่วนเพียงประมาณ 5% เท่านั้น

แรงหนุนหลักมาจากการเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่จำนวนมาก ส่งผลให้ความต้องการ HDD สำหรับจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

ผู้ใช้ทั่วไปเสี่ยงเจอของขาด-ราคาพุ่ง

เมื่อกำลังการผลิตถูกจองเต็มล่วงหน้า และการขยายสายการผลิต HDD ไม่สามารถทำได้ทันทีในระยะสั้น ตลาดผู้บริโภคจึงมีแนวโน้มเผชิญภาวะสินค้าขาดแคลนในปี 2026 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งาน NAS ภายในบ้านและธุรกิจขนาดเล็กที่ยังพึ่งพา HDD เป็นหลัก

นักวิเคราะห์มองว่า หากกระแส AI และคลาวด์ยังเติบโตต่อเนื่องโดยไม่มีสัญญาณชะลอ ราคาฮาร์ดดิสก์อาจทรงตัวในระดับสูงหรือปรับขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนระบบจัดเก็บข้อมูลของทั้งผู้ใช้ทั่วไปและผู้ประกอบการรายย่อย

สถานการณ์นี้สะท้อนภาพชัดว่า ตลาดสตอเรจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ดีมานด์องค์กร” มีอิทธิพลเหนือผู้บริโภคทั่วไปอย่างชัดเจน และอาจเปลี่ยนสมดุลอุปทานของ HDD ไปอีกระยะยาว

ที่มา hkepc