BYD หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะของจีน ออกมาย้ำถึงแนวคิดและวัฒนธรรมการพัฒนาระบบขับขี่อัจฉริยะ โดยชี้ว่าความก้าวหน้าในด้านนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ขั้นสูงเท่านั้น แต่เกิดจาก ข้อมูลจำนวนมหาศาลและการทำงานด้านวิศวกรรมอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง
หลี่ หยุนเฟย ผู้บริหารของ BYD ระบุว่า ความสำเร็จด้านการขับขี่อัจฉริยะของบริษัทเป็นผลโดยตรงจากความทุ่มเทและการทำงานหนักของทีมวิศวกร ซึ่งสะท้อนถึง “วัฒนธรรมวิศวกรรมของ BYD” ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด ความอดทน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ขณะที่ เหอ จื้อฉี หนึ่งในผู้บริหารด้านเทคโนโลยีของ BYD ได้เผยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเบื้องหลังการพัฒนาระบบขับขี่อัจฉริยะ โดยระบุว่า BYD มองตนเองเป็น “ผู้ไล่ตาม” บนเส้นทางสู่การขับขี่อัตโนมัติระดับสูง และการก้าวขึ้นมาในระดับแนวหน้าได้นั้นเกิดจากความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของทีมงาน
BYD ได้สร้างคลังข้อมูลทดสอบการขับขี่อัจฉริยะที่ครอบคลุมสถานการณ์จริงมากกว่า 10,000 รูปแบบ ตั้งแต่สภาพการจราจรซับซ้อน ทางแยก ไปจนถึงพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยากของผู้ใช้ถนน โดยเฉพาะกรณี “คนเดินเท้าเสมือน” ซึ่งทีมวิศวกรอัลกอริทึมใช้เวลาหลายสัปดาห์ประจำอยู่ในจุดเดียว เพื่อฝึกโมเดล AI ให้สามารถประเมินและคาดการณ์ความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้
เหอ จื้อฉี ยังกล่าวเสริมว่า แม้การทำงานจะหนักและเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่สิ่งที่ทำให้ทีมยังคงเดินหน้าคือความเชื่อมั่นร่วมกันในเป้าหมายเดียวกัน พร้อมเผยบรรยากาศงานเลี้ยงเล็ก ๆ กับทีมขับขี่อัจฉริยะ ซึ่งแม้อาหารจะเรียบง่าย แต่สะท้อนถึงความผูกพันและความทุ่มเทจากใจจริงของทุกคน
คำกล่าวของผู้บริหาร BYD ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะที่เน้น “รากฐาน” มากกว่าการเร่งโชว์ผลลัพธ์ในระยะสั้น และตอกย้ำว่า BYD กำลังวางตำแหน่งตนเองเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะในระดับโลก
ที่มา ข้อมูล