สื่อจีน Fast Technology รายงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ว่า ปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำยังคงทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาหน่วยความจำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เคยมีราคาเข้าถึงได้ง่าย กลายเป็นสินค้าราคาแพงที่ผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเกมเมอร์ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว

รายงานระบุว่า หน่วยความจำที่เคยมีราคาประมาณ 100 หยวน ปัจจุบันมีราคาพุ่งสูงจนกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย โดยมีวิดีโอที่ อเล็กซ์ ซิสกิ้นด์ แชร์บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นป้ายราคาบนบรรจุภัณฑ์หน่วยความจำในร้านค้าทั่วไปถูกปิดทับซ้อนกันหลายชั้น สะท้อนการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาสั้นๆ

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึงคือ โมดูลหน่วยความจำ TeamGroup DDR5 ขนาด 32GB ความเร็ว 6000MT/s ซึ่งมีราคาพุ่งสูงถึง 459 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับจับต้องได้

สถานการณ์ในจีนก็ไม่ต่างกัน บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ JD.com โมดูลหน่วยความจำ Gloway ที่มีสเปกใกล้เคียงกัน ถูกตั้งราคาสูงถึง 3,359 หยวน จากเดิมเพียง 499 หยวน หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่า ภายในระยะเวลาไม่นาน

ขณะที่ตลาดญี่ปุ่น ราคาหน่วยความจำระดับเซิร์ฟเวอร์ DDR5 ขนาด 512GB (4x128GB) พุ่งสูงถึง 2.18 ล้านเยน หรือราว 98,000 หยวน ส่งผลให้โมดูลขนาด 128GB หนึ่งแถวมีราคาสูงเกือบ 25,000 หยวน และโมดูลขนาด 32GB มีราคาสูงถึงประมาณ 6,000 หยวน ซึ่งแพงกว่าหน่วยความจำระดับผู้บริโภคเกือบสองเท่า

ผลกระทบจากราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการประกอบคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพียงหน่วยความจำร่วมกับ SSD ขนาด 1TB ก็อาจมีราคาสูงถึงเกือบ 5,000 หยวน แล้ว เมื่อรวมกับราคาการ์ดจอและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้พีซีสำหรับเล่นเกมระดับกลาง ซึ่งเคยมีราคาต่ำกว่า 10,000 หยวน สามารถทะลุเกินระดับดังกล่าวได้อย่างง่ายดายในปัจจุบัน

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อผู้บริโภค และอาจยังไม่คลี่คลายในระยะเวลาอันใกล้ หากปัญหาซัพพลายหน่วยความจำยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ

ที่มา mydrivers