อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคชิปประมวลผลระดับ 2 นาโนเมตรอย่างเต็มตัว หลังซัมซุงประกาศเปิดตัว Exynos 2600 ซึ่งถือเป็นชิป 2nm รุ่นแรกของโลก และเตรียมนำมาใช้งานกับสมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy S26 อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ซัมซุงไม่ได้เดินเกมนี้เพียงรายเดียว โดยคู่แข่งสำคัญอย่าง Apple, Qualcomm และ MediaTek ต่างก็เตรียมเปิดตัวชิป 2nm ของตนเองในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น Apple A20 สำหรับ iPhone 18, Snapdragon 8 Elite Gen 6 และ Dimensity 9600 ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักของสมาร์ตโฟน Android ระดับเรือธงในปีนี้

รายงานระบุว่าชิปทั้งหมดนี้จะผลิตบนกระบวนการ N2 ของ TSMC ซึ่งขณะนี้ได้เข้าสู่เฟสการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็มาพร้อมต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สื่อเศรษฐกิจจากไต้หวันอย่าง Economic Daily News เปิดเผยว่า การผลิตชิป 2nm จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลโดยตรงต่อราคาจำหน่ายสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปในอนาคตอันใกล้

ในรายงานเดียวกันระบุว่า ชิป Apple A20 ที่จะใช้ใน iPhone 18 อาจมีต้นทุนสูงถึงราว 280 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น เพิ่มขึ้นประมาณ 80% เมื่อเทียบกับชิป A19 ใน iPhone 17 แม้จะยังไม่มีตัวเลขต้นทุนที่ชัดเจนของ Snapdragon 8 Elite Gen 6 และ Dimensity 9600 แต่คาดว่าราคาจะขยับสูงขึ้นตามแนวโน้มเดียวกัน

สาเหตุสำคัญของการปรับขึ้นราคาชิป ไม่ได้มาจากกระบวนการผลิตขั้นสูงเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ ซึ่งดันให้ราคา RAM สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนของชิ้นส่วนหลักอื่น ๆ ในสมาร์ตโฟนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า สมาร์ตโฟนเรือธงยุคชิป 2 นาโนเมตร อาจต้องแลกกับประสิทธิภาพระดับก้าวกระโดดด้วยราคาที่แพงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา gsmarena