สถานีสนทนาดิจิทัล หรือแหล่งข่าวหลุดชื่อดังบนโซเชียลมีเดีย Weibo ได้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดสเปกของสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง OPPO Find X9 Ultra อย่างเป็นทางการผ่านหน้าฟีดส่วนตัว โดยระบุถึงการยกระดับเทคโนโลยีครั้งสำคัญเพื่อแข่งขันในตลาดมือถือระดับไฮเอนด์ช่วงปี พ.ศ. 2569 ข้อมูลดังกล่าวถูกนำเสนอเพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้ใช้งานที่กำลังติดตามความคืบหน้าของสมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่นี้ ซึ่งเน้นย้ำถึงความเป็นเลิศด้านการถ่ายภาพด้วยระบบกล้องสี่ตัวที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับรายละเอียดด้านหน้าจอระบุว่า OPPO Find X9 Ultra จะมาพร้อมกับหน้าจอขอบแบนขนาดใหญ่ 6.82 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K+ รองรับอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz ด้วยเทคโนโลยี LTPO 8T และใช้แผงหน้าจอคุณภาพสูงรุ่น BOE X3 ที่ให้ความคมชัดและประหยัดพลังงานเป็นเยี่ยม ในส่วนของขุมพลังขับเคลื่อนจะเลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 5 หรือ 8E5 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลระดับสูงสุดในขณะนั้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือแบบ 3D Ultrasonic ใต้หน้าจอเพื่อความรวดเร็วและความปลอดภัยสูงสุดในการเข้าใช้งานเครื่อง

หัวใจสำคัญของรุ่นนี้คือระบบกล้องถ่ายภาพที่ประกอบไปด้วยกล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ JN5 และกล้องหลังสี่ตัวที่น่าสนใจคือกล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ LYT901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว รูรับแสง F1.5 ทำงานร่วมกับกล้องอัลตร้าไวด์ 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ LYT600 ขนาด 1/1.95 นิ้ว และที่โดดเด่นที่สุดคือระบบกล้องเทเลโฟโต้แบบคู่โดยมีกล้อง Periscope ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ OV52A ขนาด 1/1.28 นิ้ว ระยะโฟกัส 70 มม. และกล้องซูเปอร์เทเลโฟโต้ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ JNL ระยะโฟกัสไกลถึง 230 มม. พร้อมความสามารถในการซูมผ่านซอฟต์แวร์แบบ ISZ ได้ไกลถึง 460 มม. และเลนส์มัลติสเปกตรัมความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลเพื่อช่วยในการประมวลผลสีให้แม่นยำยิ่งขึ้น

ในด้านการจัดการพลังงานและความทนทาน OPPO Find X9 Ultra จะบรรจุแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 7050mAh ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธง รองรับการชาร์จไวแบบใช้สาย 100W และการชาร์จไร้สาย 50W ตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อน้ำและฝุ่นในระดับ IP68 และ IP69 พร้อมติดตั้งมอเตอร์สั่นแบบ Bionic และลำโพงคู่แบบสมมาตรเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ครบครัน โดยจะมีสีสันให้เลือกหลากหลาย อาทิ สีดินสเตปป์ (Earth Steppe) สีหุบเขากำมะหยี่ (Velvet Canyon) และสีกระแสน้ำแข็งขั้วโลก (Polar Glacier) เพื่อตอบโจทย์รสนิยมที่แตกต่างของผู้ใช้งานทั่วโลก