อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนกำลังเดินหน้าทดสอบและพัฒนามาตรฐานหน่วยความจำ Universal Flash Storage (UFS) 5.0 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของสมาร์ทโฟนเรือธงตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และเตรียมความพร้อมสำหรับฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำงานบนอุปกรณ์โดยตรง

มาตรฐาน UFS 5.0 ถูกออกแบบมาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของ UFS 4.0/4.1 ที่ปัจจุบันให้ความเร็วการรับส่งข้อมูลสูงสุดราว 4.2 กิกะไบต์ต่อวินาที โดย UFS 5.0 จะเพิ่มแบนด์วิดท์ทางทฤษฎีขึ้นไปได้สูงสุดถึง 10.8 กิกะไบต์ต่อวินาที ซึ่งเป็นการเพิ่มความจุในการรับส่งข้อมูลเกือบสองเท่าตัว การพัฒนาครั้งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการถ่ายโอนไฟล์ขนาดมหึมาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เสริมเสถียรภาพในการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K หรือ 8K ให้ราบรื่นไม่สะดุด รวมถึงช่วยให้แอปพลิเคชันที่ซับซ้อนและโมเดล AI ที่ทำงานบนตัวเครื่องสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ได้รู้สึกว่าสมาร์ทโฟนเร็วขึ้นถึงสองเท่าในการใช้งานประจำวันทั่วไป แต่จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อต้องจัดการกับงานที่ใช้ทรัพยากรหน่วยความจำหนักเป็นพิเศษ

UFS ย่อมาจาก Universal Flash Storage เป็นมาตรฐานหน่วยความจำแฟลชที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาระดับสูง มีบทบาทสำคัญในการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลต่างๆ ของระบบ การพัฒนาจาก UFS 4.0 มาสู่ UFS 5.0 สะท้อนถึงความต้องการของอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ฟังก์ชัน AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสมาร์ทโฟน ตั้งแต่การประมวลผลภาพถ่าย การจัดการพลังงาน ไปจนถึงการทำงานของผู้ช่วยอัจฉริยะ การที่ AI ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมากและซับซ้อนขึ้นบนตัวอุปกรณ์ ทำให้หน่วยความจำที่มีแบนด์วิดท์สูงและมีความหน่วงต่ำกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด

ขณะนี้ UFS 5.0 ยังคงอยู่ในขั้นตอนการทดสอบด้วยตัวอย่างประเมินผล ซึ่งหมายความว่าจะยังไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นใดวางจำหน่ายพร้อมกับหน่วยความจำมาตรฐานนี้ในเร็ววันนี้ คาดว่าเราจะได้เห็นอุปกรณ์ต้นแบบที่ใช้ UFS 5.0 ในช่วงปลายปี 2569 หลังจากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการกำหนดมาตรฐานและการผลิตจำนวนมาก เพื่อให้พร้อมสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงที่วางตลาดตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป การเตรียมความพร้อมของ UFS 5.0 จึงเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับอนาคตของสมาร์ทโฟน ที่จะสามารถรับมือกับชุดข้อมูลขนาดใหญ่และภารกิจที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการพัฒนา AI ที่กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

ที่มา ข้อมูล