บัญชีผู้ใช้งานนามว่า "China pulse" ซึ่งเป็นผู้รายงานข่าวสารเกี่ยวกับประเทศจีนและประเด็นความขัดแย้งทางอิทธิพลระหว่างประเทศ ได้โพสต์คำเตือนสำคัญบนแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) ถึงผู้ใช้งาน ChatGPT ให้ระมัดระวังการแบ่งปันภาพถ่าย ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่ละเอียดอ่อน โดยระบุว่า OpenAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ChatGPT ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะส่งมอบข้อมูลเหล่านี้ให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อใช้งานในภารกิจทางทหารลับ ซึ่งสรุปได้ว่า “ในระยะสั้น: อิสราเอลและสหรัฐฯ จะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ”
Beware of sharing your photos, personal information, and sensitive data with ChatGPT. OpenAI has officially announced that it will hand them over to the US government for secret military use.
In short: Israel and the US will know everything about you. pic.twitter.com/l8wuKHRot8— China pulse 🇨🇳 (@Eng_china5) February 28, 2026
คำเตือนดังกล่าวมาจากบัญชี @Eng_china5 ซึ่งเป็นที่รู้จักในการนำเสนอข่าวสารและมุมมองที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน รวมถึงการวิเคราะห์การต่อสู้เพื่ออิทธิพลระหว่างประเทศในภูมิภาคยูเรเซียและโลกหลายขั้ว ข้อความในโพสต์เน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานในทางที่อาจไม่โปร่งใสหรืออาจเป็นอันตรายต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการอ้างถึงการส่งมอบข้อมูลให้กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารลับ
เพื่อตอกย้ำข้อความเตือนภัย โพสต์ดังกล่าวได้แนบรูปภาพซึ่งเป็นสัญลักษณ์โลโก้ของ ChatGPT ที่ถูกขีดทับด้วยเครื่องหมายห้ามสีแดงอย่างชัดเจน ซึ่งสื่อถึงการไม่สนับสนุนหรือการห้ามใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวหากผู้ใช้งานมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว คำเตือนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงอย่างต่อเนื่องทั่วโลกเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการควบคุมข้อมูลโดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมักต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อฝึกฝนและพัฒนาโมเดล
OpenAI เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลัง ChatGPT ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลภาษา AI ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีผู้ใช้งานนับล้านคนทั่วโลกที่ใช้บริการนี้ในการสร้างเนื้อหา ตอบคำถาม และทำงานอื่น ๆ อีกมากมาย การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับปรุงและพัฒนาโมเดล AI อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างจาก "China pulse" นี้ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเชื่อมโยงกับการใช้งานโดยรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานทั่วโลกได้