สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมาว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดีเซลสำหรับตลาดในทวีปยุโรปได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 โดยมีราคาทะลุ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดพลังงานโลก สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานของน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก รายงานระบุว่า ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวขึ้นไปถึง 1,498 ดอลลาร์ต่อตัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีการพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 9.7 เปอร์เซ็นต์ระหว่างการซื้อขายในตลาดลอนดอนเมื่อวันดังกล่าว นับตั้งแต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ราคาเชื้อเพลิงชนิดนี้ได้ปรับเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลักสำหรับการขนส่งพลังงาน ต้องเผชิญกับการหยุดชะงักอย่างรุนแรง
การหยุดเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ก่อให้เกิดการขาดหายไปของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป อาทิ น้ำมันดีเซล เป็นจำนวนหลายล้านบาร์เรลจากตลาดโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดลอนดอนพุ่งขึ้นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์นี้ นักค้าพลังงานทั่วโลกต่างเร่งแสวงหาแหล่งอุปทานใหม่ๆ และปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันดีเซล ทำให้ต้องใช้เส้นทางที่อ้อมเป็นระยะทางกว่า 12,000 ไมล์ การที่ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด ยิ่งเพิ่มแรงกดดันในตลาดน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเชื้อเพลิงชนิดนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจโลก ใช้ในการขับเคลื่อนตั้งแต่ยานพาหนะขนส่งไปจนถึงเครื่องจักรก่อสร้างนานาชนิด
ดังนั้น การที่ราคาดีเซลปรับตัวสูงขึ้น จึงมีความเสี่ยงที่จะผลักดันให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกได้ โดยปกติแล้ว ภูมิภาคยุโรปผลิตน้ำมันดีเซลได้น้อยกว่าความต้องการใช้ และต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก นักค้าและนักวิเคราะห์หลายรายได้ออกมาเตือนว่ายุโรปอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดตัวลง หรือมีข้อจำกัดในการเดินเรือเช่นนี้ต่อไป แรงกดดันในลักษณะเดียวกันนี้ยังคาดว่าจะเกิดขึ้นในภูมิภาคลาตินอเมริกาด้วย ขณะเดียวกัน ราคาดีเซลในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกก็มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในสหรัฐอเมริกา ราคาดีเซลได้พุ่งเกิน 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้ว ส่วนในทวีปเอเชีย สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดีเซลก็เคยแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาแล้วเป็นการชั่วคราว ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก
ที่มา bloomberg